
ฝรั่งเศสจวกบทบาทสหรัฐฯครอบงำเฮติ
รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศสจวกสหรัฐ พยายามครอบงำเฮติ จี้ยูเอ็นตรวจสอบหลังกองกำลังสหรัฐกักกันความช่วยเหลือชาติอื่น ไล่เครื่องบินบรรเทาทุกข์ฝรั่งเศสกลับประเทศ ด้านยูเอ็นเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงขอเพิ่มเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพในเฮติ 3,500 นาย รับมือเหตุ
(19ม.ค.) นายเบอร์นาร์ด คุชเนอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส วิจารณ์บทบาทการให้ความช่วยเหลือของสหรัฐในเฮติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาตรวจสอบ และสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทที่ค่อนข้างมากเกินไปในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและช่วยฟื้นฟูเฮติจากเหตุแผ่นดินไหว เพราะเห็นว่า ความพยายามช่วยเหลือเฮติของนานาชาติมีเป้าหมายเพื่อช่วยเฮติ ไม่ใช่เข้าไปครอบงำหรือเข้าไปยึดดินแดนแห่งนั้น
ถ้อยแถลงไม่พอใจของกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส มีขึ้นหลังจากกองกำลังของสหรัฐ ได้สั่งให้เครื่องบินบรรเทาทุกข์ของฝรั่งเศสลำหนึ่ง ที่บรรทุกอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ภาคสนามออกจากสนามบินปอร์โตแปรงซ์ ซึ่งแออัดคับคั่งและได้รับความเสียหายบางส่วน กลับไปฝรั่งเศส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นายอลอง โจยันเดท รัฐมนตรีด้านความร่วมมือของฝรั่งเศส ออกมาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที
รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ยังเตือนไปยังรัฐบาลประเทศต่างๆ และกลุ่มบรรเทาทุกข์ทั้งหลาย ไม่ควรทุ่มเถียงหรือทะเลาะเบาะแว้งกันขณะพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในเฮติ ขณะที่นายโจยันเดทยืนยันว่า ปฏิบัติการทั้งหมดในช่วงนี้คือการช่วยเหลือเฮติ ไม่ใช่การเข้าไปยึดครอง และสิ่งสำคัญที่สุดที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์หรือประเทศผู้ให้การช่วยเหลือควรคำนึงถึงที่สุดคือ ประชาชนชาวเฮติที่กำลังเดือดร้อน
กรมไปรษณีย์ฝรั่งเศสเตรียมออกแสตมป์พิเศษ วางจำหน่าย เพื่อนำเงินรายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เฮติ โดยแสตมป์พิเศษดังกล่าวมีจำนวน 7 ล้านดวง จะวางจำหน่ายตามที่ทำการไปรษณีย์ต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทุกๆ 1 ยูโรของเงินรายได้จากการจำหน่ายแสตมป์ จะถูกหักไป 0.44 ยูโร สมทบทุนให้สภากาชาดฝรั่งเศส เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ
อย่างไรก็ดี ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ ยังคงไปไม่ถึงมือผู้ประสบภัย เนื่องจากเกิดการติดขัดหลายอย่าง ทั้งการขนส่ง การประสานงานที่ไม่ลื่นไหล และความหวั่นวิตกต่อเหตุการณ์รุนแรง ทำให้ผู้ประสบภัยจำนวนมากก่อเหตุปล้นสะดมร้านค้าต่างๆ เพื่อหยิบฉวยข้าวของไปประทังชีวิต ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อระงับเหตุ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายามของชาวบ้านได้
นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า ต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นส่งกองกำลังรักษาสันติภาพ 2,000 นาย และตำรวจอีก 1,500 นาย เข้ามายังเฮติเพิ่มเติม เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายของผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ ที่เริ่มไม่พอใจ หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศล่าช้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายบันได้ร้องขอให้ผู้ประสบภัยอยู่ในความสงบ และว่าความช่วยเหลือกำลังหลั่งไหลถึงมือผู้ประสบภัยแล้ว
ขณะที่โฆษกของนายบัน เผยว่า ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ยูเอ็นในเหตุแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 46 คน และอีกกว่า 500 คนยังสูญหาย
ด้านอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบิล คลินตัน เดินทางถึงนครหลวงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ พร้อมผู้ติดตามรวมถึงลูกสาวด้วย โดยขณะลงจากเครื่องบิน นายคลินตันก็ได้ช่วยขนของลงจากเครื่องด้วยตัวเอง หลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเหยื่อแผ่นดินไหว ที่โรงพยาบาลสนาม ซึ่งมีผู้บาดเจ็บถึง 1,500 คน พร้อมทั้งสัญญาว่า ทางมูลนิธิของตนจะหาเครื่องปั่นไฟและเวชภัณฑ์มาเพิ่มขึ้น ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศให้เงินช่วยเหลือทั้ง 3 ระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะให้เงินช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโร
นายคลินตันยังกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสนามด้วยว่า สถานกาณ์ขณะนี้ดีขึ้นกว่า 2 วันก่อน และจะดีขึ้นอีกในวันรุ่งขึ้น
ขณะที่การจราจรในสนามบินของเฮติยังคับคั่งมาก และไม่สามารถรองรับการเดินทางของกลุ่มช่วยเหลือได้หมด เนื่องจากมีกว่า 100 เที่ยวบินลงจอดทุกวัน จากปกติรองรับเพียง 60 เที่ยวบิน
ด้านสถานการณ์ในเมือง เริ่มเข้าสู่ภาวะไร้ขื่อแป รัฐบาลหมดอำนาจ มีหัวขโมยปล้นสะดม แย่งชิงสิ่งของทุกมุมเมือง
นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวอีกว่า จะส่งตำรวจมา 5,000 นาย ทหาร 2,000 นาย เพื่อรักษาสภาพของเมือง หยุดสภาพไร้ขื่อแป ฝูงชนก่อจลาจลย่อยๆ หลายจุดเพื่อแย่งอาหาร เจ้าหน้าที่ต้องยิงปืนขึ้นฟ้าขู่เพื่อระงับเหตุ โดยสิ่งที่ต้องการมากที่สุดในเวลานี้ คือ ยาสีฟัน ที่ชาวเฮติผู้รอดชีวิตจะนำมาใช้ป้ายจมูกดับกลิ่นศพที่เริ่มส่งกลิ่นรุนแรง
ในส่วนผู้เสียชีวิต รัฐบาลเฮติได้ประกาศว่า มีการฝังแล้ว 7 หมื่นศพ โดยประมาณการของรัฐบาลคาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิต 2 แสนคน โดยวานนี้ได้ประชุม ครม.และมีมติ คือ 1.ให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นหน่วยงานหลักในการให้การช่วยเหลือและลำเลียงสิ่งของ 2.อำนาจการควบคุมทางอากาศสนามบินเฮติ และความสงบเรียบร้อยทั่วไปให้อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ 3.การทูตและการอนุมัติต่างๆ ยังคงอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเฮติ



