ข่าว

ธ.ก.ส.เดินเครื่องตั้ง"ธนาคารชุมชน"วางกรอบคิดดอกเบี้ยกู้เดือนละ1%

ธ.ก.ส.เดินเครื่องตั้ง"ธนาคารชุมชน"วางกรอบคิดดอกเบี้ยกู้เดือนละ1%

18 ม.ค. 2553

ธ.ก.ส.เร่งเดินหน้าแผนจัดตั้งธนาคารชุมชน วางเป้าหมาย 3 ปี ประเมินผลงาน ชี้หากไปได้สวยแยกตั้งบริษัทใหม่รับไมโครไฟแนนซ์ ชูดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับออมสินป้องกันให้กู้ซ้ำซ้อน

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงการธนาคารชุมชนของ ธ.ก.ส. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดเตรียมแผนงานและการรับสมัครบุคลากรประมาณ 1,000 คน และน่าจะเริ่มโครงการได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 โดยในการดำเนินโครงการระยะ 3 ปีแรก จะอยู่ภายใต้การดูแลของ ธ.ก.ส. มีการแยกบัญชีกำไรขาดทุนออกไปต่างหาก หลังจากนั้นจะมาประเมินผลการดำเนินงานหากเห็นว่าประสบผลสำเร็จจะแยกออกไปจัดตั้งเป็นบริษัทในเครือ หรือบริษัทลูกของ ธ.ก.ส. เพื่อเป็นแหล่งเงินสำหรับประชาชนระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง

 สำหรับการปล่อยกู้นั้น เบื้องต้นคิดอัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปีหรือ 1% ต่อเดือน เท่ากับธนาคารประชาชนของธนาคารออมสิน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ ธ.ก.ส.จะเป็นแบบการลดต้นลดดอกในแต่ละงวด ขณะที่ออมสินจะคิดคงที่ตามระยะเวลาการผ่อนชำระ ทำให้ภาระโดยรวมของ ธ.ก.ส. อยู่ในระดับต่ำกว่า โดยในระยะ 3 ปีแรกจะมีเงินทุนปล่อยกู้ในโครงการดังกล่าว 6,000 ล้านบาท คาดมีผู้ใช้บริการ 3 แสนราย หรือปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 2 หมื่นบาท กำหนดเพดานสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท

 “ที่ตั้งโครงการไว้ 3 ปี เพื่อประเมินผล เพราะยังกังวลว่าอาจจะมีหนี้เสียมากกว่าการปล่อยกู้เกษตรกรเหมือนที่ผ่านมา เพราะกลุ่มเป้าหมายต่างกันจะเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปด้วย ในส่วนนี้จึงต้องมีการประสานความร่วมมือกับออมสินไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลลูกหนี้ระหว่างกันเหมือนการตรวจสอบข้อมูลจากเครดิตบูโรด้วย” นายลักษณ์ กล่าว

 นายลักษณ์กล่าวถึงการปล่อยกู้ในโครงการหนี้นอกระบบด้วยว่า จะเริ่มโอนหนี้ก้อนแรกได้ปลายเดือนมกราคมนี้ ในส่วนของลูกหนี้ภาคอีสาน เช่น จ.อุบลราชธานี ส่วนของรายที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท จากเกษตรกรที่มาลงทะเบียน 9.7 หมื่นคน จะแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อไม่ต้องนำเข้าสู่กระบวนการเจรจาประนอมหนี้ระดับจังหวัด แต่ ธ.ก.ส.จะเป็นผู้เจรจากับลูกหนี้และเจ้าหนี้เอง เพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว คาดจะจ่ายคืนให้เจ้าหนี้ทั้งเงินต้นบวกดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี โดยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระได้ภายใน 8-12 ปี