ข่าว

"วายแอลจี"เปิดตัวทองคำแท่ง10บาทเจาะลูกค้ารายย่อย

"วายแอลจี"เปิดตัวทองคำแท่ง10บาทเจาะลูกค้ารายย่อย

18 ม.ค. 2553

วายแอลจี เปิดตัวทองแท่ง 10 บาท เจาะตลาดรายย่อยทั้งร้านค้าปลีกขนาดเล็กและลูกค้าบุคคล ตั้งเป้าเติบโตอีก 25% พร้อมแนะเกาะติดข่าวเศรษฐกิจดูไบ ดอกเบี้ยสหรัฐ หวั่นฉุดราคาทองร่วง

 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลียน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งอันดับ 1 ของไทย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปีนี้ว่า บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยการนำเข้าทองคำแท่ง 96.5% ในขนาดแท่งละ 10 บาท จากเพิร์ธมินต์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตทองคำแท่งขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นรายแรก เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าทั้งร้านทองขนาดเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงลูกค้าบุคคลทั่วไปที่บริษัทจะขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเปิดให้มีการซื้อขายทองคำแท่งผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นด้วย

 ในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดนำเข้าและส่งออกทองรวมประมาณ 150 ตัน หรือมูลค่าประมาณ 1.66 แสนล้านบาท เติบโต 25% จากปี 2551 ที่มียอดขาย 120 ตัน มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในอุตสาหกรรมที่ประมาณ 55-60% ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดค้าส่งทองคำแท่งที่จำนวน 170 ตัน คิดเป็นการเติบโตอีก 25% ด้วยมูลค่า 2 แสนล้านบาท

 สำหรับแนวโน้มความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปีนี้ นางพวรรณ์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาสูงสุดที่ 1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ในปีนี้มองว่าราคาทองจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อ แต่กว่าจะขยับได้จะช้าลง โดย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าราคาไม่ไปไหน เพราะจะมีข่าวลบออกมากระทบตลาดต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ของสถาบันจีเอฟเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นสถาบันที่ลงขันโดยผู้ประกอบเหมืองทอง มีสำนักงานใหญ่ในอังกฤษออกมาคาดการณ์ว่า ราคาทองในปีนี้จะต่ำสุดที่ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสูงสุด 1,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 "ขณะที่ปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อราคาทองในปีนี้ คงต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจของดูไบเป็นหลัก ว่าจะออกมาเป็นลบหรือบวก อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หากปรับสูงขึ้นก็จะมีปัจจัยลบต่อตลาดทองคำได้" นางพวรรณ์ กล่าว