ข่าว

โพลล์เอสเอ็มอีเชื่อมั่นปีนี้ธุรกิจกระเตื้องขึ้น

โพลล์เอสเอ็มอีเชื่อมั่นปีนี้ธุรกิจกระเตื้องขึ้น

18 ม.ค. 2553

สสว.สำรวจเอสเอ็มอีสถานการณ์ปีนี้ดีขึ้น ทั้งภาคเกษตร การผลิตและการบริการ ด้านขอนแก่นโพลล์ระบุเอสเอ็มอีในอีสานมองไตรมาสแรกปีนี้เริ่มฟื้นตัว หลังสิ้นปี 52 ยอดขายฟุบ เว้นธุรกิจเงินด่วนคึกคักสวนทาง

 รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2553 ในส่วนของเอสเอ็มอีว่าจะกลับมาขยายตัวจากปี 2552 ในอัตราเฉลี่ย 3.0% โดยภาคการเกษตร ผลผลิตและระดับราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2552 ส่วนภาคการผลิต โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก

 ขณะที่ภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในปีนี้ประมาณ 14.8 -15.0 ล้านคน เพิ่มจากปีที่แล้ว 10% แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความกังวลของการระบาดรอบใหม่ของไข้หวัด 2009 สถานการณ์การเมือง ส่วนธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2553 คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามนโยบายการส่งเสริมของรัฐบาล ซึ่งในส่วนที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย

 นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงผลสำรวจการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีในพื้นที่ภาคอีสาน ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2552 จำนวน 531 ตัวอย่างว่า ในไตรมาส 4 ยอดขายลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีเดียวกัน เพราะประชาชนในภาคอีสานยังขาดความมั่นใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จึงลดการบริโภคและระมัดระวังการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ส่วนในไตรมาสแรกปีนี้ คาดว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้น ส่วนการส่งออกก็ยังมีแนวโน้มที่ดี

 อย่างไรก็ตาม พบว่าต้นทุนของเอสเอ็มอีภาคอีสานเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจประเภทอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ และผลิตภัณฑ์น้ำตาล รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตปรับขึ้นตามไปด้วย
 ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ในรายสาขาของเอสเอ็มอี พบว่าขณะที่ยอดขายของธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ยกเว้นสาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ยอดขายไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในส่วนของสาขาบริการทางการเงิน กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ของสาขาบริการทางการเงินเป็นบริษัทเงินด่วน และบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งมักได้รับผลพวง เพราะในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีหรือประชาชนขาดสภาพคล่อง ทำให้หันไปใช้บริการบริษัทเงินด่วน ทำให้สาขาดังกล่าวมียอดขายเพิ่มขึ้น