
"ไตรรงค์"จับตา4ปัจจัยเสี่ยงศก.ขนทีมที่ปรึกษาช่วย30คน-คลังชู17นโยบายดันจีดีพี
"ไตรรงค์" วางแนวทางดูแลเศรษฐกิจ จับตา 4 ปัจจัย "เศรษฐกิจโลก-ดอกเบี้ย-น้ำมัน-มาบตาพุด" แย้มมีที่ปรึกษา 30 คน ด้านคลังชู 17 นโยบายผลักดันจีดีพีขยายตัว เร่งเบิกจ่ายเดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็ง
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการดูแลเศรษฐกิจว่า เรื่องหลักที่ต้องจับตาดูมี 4 เรื่อง เรื่องแรกคือ ทิศทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ส่วนเรื่องน่าเป็นห่วงเรื่องที่สอง เป็นนโยบายการเงินการคลังของทั่วโลกในปีนี้ จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อหรือไม่ และต้องจับตาดูอัตราดอกเบี้ยโลกที่อาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยให้สูงขึ้น เรื่องที่สามเป็นราคาน้ำมันที่ยังผันผวน และประเด็นสุดท้ายคือ ปัญหามาบตาพุด เพราะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปัญหาการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็ยอมรับว่าเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจ แต่ขอให้ทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจคนเดียวที่จะทำได้ จะต้องให้ทั้งสภาร่วมมือเป็นเหมือนรองนายกฯ ช่วยกันแก้ไข ส่วนทีมที่ปรึกษาที่จะเข้ามาช่วยงานนั้น มีจำนวนมาก ที่ช่วยงานกันอยู่ขณะนี้มีเป็น 30 คน อยู่ในคณะอนุกรรมธิาการเศรษฐกิจมหภาค
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และ นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง แถลงผลดำเนินงานในปี 2552 และแนวทางดำเนินงานในปีนี้ว่า กระทรวงการคลังจะเดินหน้า 17 นโยบาย ประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ 2.การเดินหน้าตามแผนพัฒนาตลาดเงินระยะสอง 3.แผนการพัฒนาตลาดทุน 4.การจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ที่จะผลักดันให้เกิดในปีนี้ 5.การเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในการลงทุนแบบร่วมทุน (พีพีพี) 6.การให้สินเชื่อรายย่อยผ่านสถาบันการเงินของรัฐ
7.การออกกฎหมายควบคุมบริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 8.มาตรการดูแลการทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม 9.มาตรการทางเลือกหลักประกันทางธุรกิจ 10.ผลักดันการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะนำเข้าครม.ในเร็วๆ นี้ 11.การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีของไทย 12.มาตรการภาษีเพื่อการเข้ามาตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย 13.การติดตามโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นงานสำคัญที่สุดในการดูแลการใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ให้รั่วไหลน้อยและเบิกจ่ายเร็ว ช่วยให้จีดีพีขยายตัว 2-3% 14.การปฏิรูปภาษีสรรพสามิต 15.การผลักดันไมโคร อินชัวร์รัน หรือประกันภัยราคาประหยัด 16.การพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และสุดท้าย 17.การสร้างจริยธรรมในกระทรวงการคลัง
“การดำเนินนโยบายปีนี้ยังมี 3 กลุ่มหลัก คือ การสานต่อยุทธศาสตร์ฝนตกทั่วฟ้า การส่งเสริมภาคธุรกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ขณะที่นโยบายอื่นๆ มองว่าเป็นการวางรากฐานและมีผลต่อจีดีพีในระยะยาว” นายกรณ์ กล่าวและว่า ส่วนความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในปีนี้ต้องจับตาดูราคาน้ำมัน การฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า และการเมืองที่ยังน่าเป็นห่วง



