ข่าว

"หมอธีระ"เตือนการระบาดโควิดทั้ง 3 ระยะ ระยะที่น่ากลัวที่สุดคือระยะ 3 คนในพื้นที่แพร่ให้แก่คนในพื้นที่ด้วยกันเอง

"หมอธีระ"เตือนการระบาดโควิดทั้ง 3 ระยะ ระยะที่น่ากลัวที่สุดคือระยะ 3 คนในพื้นที่แพร่ให้แก่คนในพื้นที่ด้วยกันเอง

09 ธ.ค. 2563

"หมอธีระ"เตือนการระบาดโควิดทั้ง 3 ระยะ ระยะที่น่ากลัวที่สุดคือระยะที่ 3 คนในพื้นที่แพร่ให้แก่คนในพื้นที่ด้วยกันเอง

แน่นอนว่าสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกตอนนี้ยังคงน่าเป็นห่วง พบหลายๆประเทศ ยังคงมียอดติดเชื้อเพิ่มมากยิ่งขึ้น
จากข้อมูลพบว่าวันนี้ (9 ธันวาคม 2563) พบยอดติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 68,538,470 ราย ส่วนแถบประเทศเพื่อนบ้านเอง
อย่างเมียนมาร์ก็ยังพบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 1 พันกว่าคน และยังคงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวันด้วยเช่นกัน

ล่าสุด รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Thira Woratanarat” 
ถึงสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะความน่ากลัวในแต่ละระยะของการเกิดโควิด มีอยู่ด้วยกัน 3 ระยะ 

สถานการณ์ทั่วโลก 9 ธันวาคม 2563...

เกิน 68 ล้านไปตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 582,772 คน รวมแล้วตอนนี้ 68,430,626 คน ตายเพิ่มอีก 11,624 คน ยอดตายรวม 1,560,166 คน

อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 215,041 คน รวม 15,534,949 คน ตายเพิ่มอีก 2,554 คน ยอดตายรวม 292,707 คน

เมื่อวานนี้ทาง US FDA ได้พิจารณาข้อมูลวิจัย เพื่ออนุมัติวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของ Pfizer/Biontech โดยคณะกรรมการได้มีความเห็นว่าสมควรให้ใช้ได้ เพราะมีประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงน้อย ทั้งนี้ต้องฉีดสองครั้ง แต่จากข้อมูลพบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันได้กว่า 50% ตั้งแต่เข็มแรก ในขณะที่ฉีดครบสองเข็มจะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 95% อย่างไรก็ตามก็ยังไม่แนะนำให้ฉีดในหญิงตั้งครรภ์และในเด็กอายุน้อยกว่า 16 ปี

อินเดีย ติดเพิ่ม 32,067 คน รวม 9,735,975 คน บราซิล ติดเพิ่ม 7,038 คน รวม 6,630,949 คน รัสเซีย ติดเพิ่มอีก 26,097 คน รวม 2,515,009 คน  ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 13,713 คน รวม 2,309,621 คน อันดับ 6-10 ตอนนี้เป็น อิตาลี สหราชอาณาจักร สเปน อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวีเดน โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน ตุรกี บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น

ที่น่าห่วงมากคือ ตุรกี ติดเพิ่มกว่าสามหมื่นคนต่อวันอย่างต่อเนื่อง อยู่ในท็อปทรีของประเทศที่มีจำนวนติดเชื้อรายวันสูงสุด แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังไม่ดีขึ้น ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เดนมาร์กติดวันละสองพัน คาดว่าระลอกนี้จะลากยาวไปถึงมกราคมเป็นอย่างน้อย ฟินแลนด์แม้ว่าจะหลายร้อยต่อวัน น้อยกว่าเดนมาร์กแต่คาดว่าจะต่อเนื่องเลยปีใหม่เช่นกัน เกาหลีใต้ยังคงติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนฮ่องกงติดเพิ่มหลักร้อยเช่นกัน จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และเวียดนาม ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ และกัมพูชา ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,308 คน ตายเพิ่มอีก 19 คน ตอนนี้ยอดรวม 101,739 คน ตายไป 2,151 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%

ธรรมชาติของโรคระบาดนั้น ระยะแรกคือการมีคนติดเชื้อจากนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่ จากนั้นระยะที่ 2 คือการที่คนที่ติดเชื้อจากนอกพื้นที่นั้นมาแพร่เชื้อในคนในพื้นที่ ต่อมาที่เรากังวลกันมาก คือ ระยะที่ 3 แปลว่าคนในพื้นที่แพร่ให้แก่คนในพื้นที่ด้วยกันเอง ปกติแล้วโรคจะระบาดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อคนติดเชื้อสามารถแพร่ไปให้คนอื่นได้มากกว่า 1 คนขึ้นไป ระหว่างช่วงเวลาที่เค้าเป็นโรคและอยู่ในระยะที่แพร่เชื้อได้

COVID-19 นั้นมันน่ากลัว เพราะ

หนึ่ง ตัวเชื้อไวรัสมันกลายพันธุ์จากเชื้อดั้งเดิมของจีนมาเป็นสายพันธุ์ G ซึ่งจะมีการแบ่งตัวเร็วขึ้นในร่างกายคนที่ติดเชื้อ และทำให้ปริมาณไวรัสมากขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม แถมทำให้ในน้ำลาย น้ำมูก มีไวรัสจำนวนมาก ง่ายต่อการแพร่ให้คนอื่น ทั้งผ่านการพูดคุย ไอ จาม ฯลฯ

สอง เวลาติดเชื้อไวรัสนี้มา กว่าจะเกิดอาการให้เห็นก็มักใช้เวลาถึง 5 วันโดยเฉลี่ย (บางคนอาจใช้เวลาต่างกันไปตั้งแต่ 2-14 วัน) ที่โหดก็คือ คนที่ติดเชื้อสามารถแพร่ให้คนอื่นได้ ตั้งแต่ช่วงก่อนที่จะเกิดอาการ 2.3 วัน เรียกได้ว่าเป็นเพชรฆาตแบบเงียบๆ...คนแพร่ก็แพร่ให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว และคนรับเชื้อก็รับมาโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

สาม ตอนนี้มีอาวุธป้องกันคือ วัคซีนหลายชนิดที่กำลังทยอยออกมา ดังที่เราได้ทราบกันแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่มี และคาดว่ากว่าจะได้ก็กลางปีหน้าเป็นอย่างเร็ว

สี่ อาวุธที่ใช้รักษาคือยานั้น ต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า นอกจากยาสเตียรอยด์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยหนักแล้ว ยาที่จัดการกับไวรัสตรงๆ มีเพียง Remdesivir ที่ขึ้นทะเบียนโดย US FDA อยู่ตัวเดียว ราคาแพง และไทยก็มีปริมาณจำกัดมาก ยาอื่นๆ ที่มีการเคลมว่าตุนไว้จำนวนมาก เช่น Favipiravir นั้นยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษา ในขณะที่ Hydroxychloroquine ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล เมื่อทราบเช่นนี้ เราจะเห็นได้ว่า ทางที่เราควรทำตอนนี้คือป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ และช่วยกันป้องกันเต็มที่ไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำในประเทศไทย เพราะระบาดซ้ำจะหนักกว่าระลอกแรกอย่างมาก สถานการณ์ปัจจุบันมีการติดเชื้อจากนอกเข้าใน และมีการแพร่จากในประเทศไปยังคนในประเทศด้วยกัน จึงถือเป็นระยะที่ 3 ของการระบาดดังที่อธิบายมา ถามว่าจะขยายวงเป็นระลอกสอง หรือระบาดซ้ำไหม ก็ต้องตอบตามเนื้อผ้าว่า มีโอกาสสูงมาก หากรัฐไม่ดำเนินมาตรการเข้มข้น ณ ตอนนี้ และหากประชาชนไม่ช่วยกันป้องกันตัวเองและครอบครัวอย่างเข้มแข็ง ตอนนี้หากจะเปรียบเปรย ผมคงบอกว่า เราเหมือนจะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยอมให้ล้มไม่ได้ เพราะล้มแล้วจะลุกขึ้นมาอีกลำบากมาก

รัฐ...ต้องประกาศพื้นที่เสี่ยง รัฐ...ต้องแถลงข้อมูลไทม์ไลน์ด้านสถานที่ วันเวลา ในการดำรงชีวิตประจำวันของเคสอย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนได้ประเมินตนเอง และปฏิบัติป้องกันตัวได้อย่างทันเวลา มิใช่ให้ข้อมูลเฉพาะชนิดของที่ทำงานและการเดินทางแบบเบลอๆ สำหรับประชาชน...ส่วนตัวแล้วผมยืนยันว่า ควรลด ละ เลี่ยงการเดินทางในช่วงสองสัปดาห์ถัดจากนี้ แม้จะเป็นวันหยุดยาวก็ตาม ขอให้ไปเท่าที่จำเป็นจริงๆ และหากจำเป็นต้องเดินทาง ต้องใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร

หลังจากกลับมา ควรสังเกตอาการตนเอง หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ดมไม่ได้กลิ่น ลิ้นรับรสไม่ได้ หรือท้องเสีย ขอให้หยุดเรียนหยุดงาน และรีบไปตรวจรักษา หากเราช่วยกันอย่างพร้อมเพรียง ยังหวังใจว่าเราจะฉลองปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย

"หมอธีระ"เตือนการระบาดโควิดทั้ง 3 ระยะ ระยะที่น่ากลัวที่สุดคือระยะ 3 คนในพื้นที่แพร่ให้แก่คนในพื้นที่ด้วยกันเอง

CR.Thira Woratanarat