ข่าว

ปลัดกทม.เปิดผลสอบซานติก้าจนท.ผิดร้ายแรง3ไม่ร้ายแรง2

ปลัดกทม.เปิดผลสอบซานติก้าจนท.ผิดร้ายแรง3ไม่ร้ายแรง2

09 มี.ค. 2552

"ปลัดกทม".แถลงผลสอบซานติก้า เผยผลสอบมีเจ้าหน้าที่ทำผิดวินัยร้ายแรง 3 ราย ไม่ร้ายแรง 2 ราย ส่งกกจ.ตรวจสอบเอาผิดทางวินัย

(9มี.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น.นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวผลสอบสวนกรณีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ หลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้สรุปรายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ตนได้รับรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดที่มีนายชาตินัย เนาวภูต ผอ.สำนักการโยธา(สนย.) เป็นประธานและคณะกรรมการสอบสวนของสำนักการคลัง ที่ตรวจสอบเรื่องการชำระภาษีอากร
 โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นที่ส่งมาให้ตนนั้น พบว่าผลการตรวจสอบการดำเนินการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพบว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าข่ายทำผิดวินัยร้ายแรง จำนวน 3 ราย คือ นายหัวหน้าฝ่ายโยธา หัวหน้ากลุ่มงานอาคาร และนายตรวจอาคาร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในขณะนั้นมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ให้ครบถ้วน และเจ้าหน้าที่เข้าข่ายทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง 2 ราย ได้แก่ ผอ.เขตวัฒนา ในขณะนั้น และเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาที่ทำแบบแปลนอาคารซานติก้าผับหาย
 นายพงศ์ศักติฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในสำนวนการสอบสวน คณะกรรมการฯ ยังได้ชี้ว่าการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเป็นหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับใบอนุญาตการขายอาหาร เครื่องดื่ม ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติสถานบริการกับการใช้อำนาจในเรื่องของกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการเห็นควรที่จะได้มีการทบทวนแนวทางปฏิบัติทางเรื่องข้อกฎหมายให้ชัดเจน ส่วนกรณีการตรวจสอบทะเบียนการออกเลขหมายประจำบ้าน ผลการสอบข้อเท็จจริงชั้นต้นเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่โดยถูกต้องจึงไม่มีความผิดเรื่องทางวินัย
 นายพงศ์ศักติฐ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ในประเด็นการจัดเก็บภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน และภาษีป้ายซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายรายได้ คณะกรรมการฯ เห็นว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว และขณะนี้บริษัทได้ชำระค่าภาษีเป็นที่เรียบร้อยถูกต้อง แต่อาจจะมีความล่าช้าอยู่บ้างซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการสำนักการคลังที่ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่แล้วกรณีเสียภาษีจึงเป็นที่ยุติ เพราะมีการเสียภาษีเรียบร้อย แต่อาจจะมีความล่าช้าในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งตนได้สั่งให้สำนักการคลังไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะเป็นการเร่งรัดหลังจากเกิดเหตุทั้งที่จริงควรจะเร่งรัดให้เร็วกว่า
 นางพงศ์ศักติฐ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่มีความผิดนั้น ตนจะส่งผลการสอบสวนให้กองการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัด กทม.ดำเนินการตรวจสอบว่าผลการตรวจสอบที่คณะกรรมการส่งมานั้นข้อมูลเพียงพอให้ดำเนินการทางวินัยหรือไม่ หากไม่เพียงพอ และต้องให้ตรวจสอบเพิ่มเติมในจุดใดก็จะให้มีการสอบสวนเพิ่ม เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้นและลงโทษอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้เร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด แต่คงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบนานเท่าใด
 แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับกลุ่มข้าราชการที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าผิดวินัยร้ายแรง 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายอรุณ ตัณฑ์กุลรัตน์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโยธา เขตวัฒนาขณะนั้น ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว 2.นายสถิต พระวิวงศ์ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นนายกฤษ ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานอาคาร เขตวัฒนาในขณะนั้น ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว 3.สิบตรีฉัตรชัย ไชยฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายตรวจอาคาร เขตวัฒนาขณะนั้น ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่เขตพระโขนง ส่วนกลุ่มที่ไม่ผิดวินัยร้ายแรง 2 ราย ประกอบด้วย 1.นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ดำรงตำแหน่งผอ.เขตวัฒนา ขณะนั้น ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่เขตปทุมวัน 2.นายบรรเจิด สุวรรณชาติ นายช่างโยธา เขตวัฒนา ซึ่งเบิกแบบแปลนอาคารซานติก้าผับไปแล้วทำหาย ขณะนี้ยังประจำอยู่ที่เขตวัฒนา