
ลาออกไปได้แล้ว
ประชาชนคนไทยเฝ้ามองการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ โดยทุ่มเทใจให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคอย่างสุดใจ
คาดหวังว่าความมีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งการศึกษา วิสัยทัศน์ ตลอดจนความประพฤติ และพฤติกรรมทางการเมืองที่ผ่านมา จะเป็นที่พึ่งที่หวังสำหรับประชาชน นำพาประเทศไทยฝ่าวิกฤติทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ให้สู่แสงสว่าง เจริญก้าวหน้ามั่นคงได้อย่างมีรูปธรรม
กฎเหล็กที่วางไว้ให้รัฐมนตรีในรัฐบาลปฏิบัติ นโยบายที่ประกาศให้สาธารณชนได้ทราบ เพื่อเกิดความไว้วางใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ในทุกเรื่องด้วยวัตถุประสงค์เดียว คือ ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวม ทำให้ประชาชนนั่งฝันด้วยความสุข
ผ่านมาครบปี ฝีไม้ลายมือของรัฐบาลชุดนี้ทำตามนโยบายที่ประกาศไว้ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แก้ปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มีอยู่ก่อนรับหน้าที่ได้ไม่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นเกินร้อย ทั้งปริมาณและความรุนแรง
ท่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองจะสามารถลำดับได้ชัดเจน จนนักวิชาการ นักการบริหาร นักเศรษฐกิจ ให้คำจำกัดความของลักษณะการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลชุดนี้ว่า การบริหารบ้านเมืองด้วยปาก แต่ทำงานไม่เป็น
ที่ร้ายแรงที่สุด เป็นรัฐบาลที่ควบคุมข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมไม่ได้ อย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีปัญหาต่อเนื่องตั้งแต่การตั้ง ผบ.ตร.จนถึงการบริหารงานภายในและข้าราชการเกือบทุกตำแหน่งรู้ว่า เงินซื้อได้ ซื้อถูกซื้อผิด ซื้อประโยชน์ของชาติและอื่นๆ ได้ เนื่องจากนักการมืองที่มีอำนาจส่วนใหญ่...หิวเงิน
ตัวอย่างเกิดขึ้นในหลายกระทรวง เช่น เกี่ยวกับงานปกครอง งานทรัพยากรธรรมชาติ งานคมนาคม งานสาธารณสุข ฯลฯ ที่น่าสมเพชเวทนาที่สุดก็คือในองค์กรตำรวจ ตำรวจใหญ่ไม่ได้ให้ราคากับนายกรัฐมนตรีคนนี้เลยแม้แต่น้อย อ้างบทบัญญัติกฎหมายข้างๆ คูๆ อาจด้อยความรู้เรื่องหลักกฎหมายมหาชน และลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ที่นักกฎหมายระดับปริญญาตรีทราบกันดีทุกคน
มติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ฝ่าฝืนกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง โดยมีคนของรัฐบาลดื้อตาใสสนับสนุน ไม่สนใจภาพลักษณ์ความเป็นหัวหน้ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์
ขอแนะนำให้นายอภิสิทธิ์แจ้งให้เทวดาหน้าดำลาออกไปได้แล้ว !?!
คมพิทักษ์ราษฎร์



