ข่าว

เบื้องหลังซับซ้อน

เบื้องหลังซับซ้อน

19 ม.ค. 2553

ข้อถกเถียงระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยเรื่องการขออุทธรณ์ของ 3 นายตำรวจ อาจเห็นข้อยุติในเบื้องหน้าร่ำไรแล้ว จากท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

 ปัญหาเชิงกฎหมายของ 2 หน่วยงานรัฐลักษณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ก่อนแล้ว สรุปได้ว่า เมื่อ ป.ป.ช.มีมติไปลงโทษไปแล้ว หน่วยงานรัฐไม่สามารถกลับคำวินิจฉัยได้

 นายอภิสิทธิ์พยายามเตือนเสียงส่วนใหญ่ของ ก.ตร.ที่พยายามรับนายตำรวจทั้งสามกลับเข้ารับราชการ อาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว

 ความขัดแย้งแบบนี้ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก แต่รู้กันว่า นายกฯ กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติดูคล้ายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมา เดินหน้าแต่งตั้ง ผบ.ตร.ก็ยังไม่ได้ ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศจะลงไปดูปัญหาเองก็โดนสวนกลับออกมาทุกที

 แต่ครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติ เพราะการที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะประธาน ก.ตร. กลับไปรับลูก ก.ตร.เสียเอง สวนทางกับนายกฯ เรื่องนี้คงไม่ธรรมดา

 ปกติข้อขัดแย้งทางกฎหมาย ก.ตร.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายย่อมรู้ดี กฎหมายสูงสุดแน่นอนต้องเป็นรัฐธรรมนูญ รองลงมาเรียกว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่ง ป.ป.ช. ก็ถือกฎหมายและเป็นหน่วยงานอิสระอยู่ในนี้ อันดับ 3 คือ พระราชบัญญติทั่วไป เช่น พ.ร.บ.ตำรวจปี 2547

 ในกรณีความขัดแย้งข้อกฎหมายระหว่าง ป.ป.ช.กับ ก.ตร.ค่อนข้างชัดเจน เพราะ ป.ป.ช.ถือกฎหมายสูงกว่า ก.ตร. ซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติเท่านั้น

 การที่ ก.ตร.มีมติไปขัดกับ ป.ป.ช.อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญตามที่นายกฯ เตือน

 ยกตัวอย่าง หากมติ ก.ตร.ซึ่งใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ไปขัดกับพระราชบัญญัติของหน่วยราชการอื่นจึงถือเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายเท่ากันตาม พ.ร.บ.ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

 แต่หากเป็นกฎหมายทั่วไปก็ให้ดูกฎหมายเฉพาะเป็นหลัก นี่คือหลักทั่วไปของการบังคับใช้กฎหมาย

 เมื่อดูจากท่าทีของนายสุเทพ ที่ไปสนับสนุนเสียงใน ก.ตร. สวนทางกับนายกฯ อาจมีนัยทางการเมืองแฝง เป้าหมายอาจต้องการซื้อใจใครบางคนเพื่อความเป็นปึกแผ่นพร้อมๆ กับเร่งปฏิกิริยามวลชนบางส่วนในสถานการณ์ที่เสื้อแดงกำลังเปิดแนวรุกเพื่อจุดเปลี่ยนในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะตัดสินยึดทรัพย์ที่ปรึกษา ฮุน เซน

 ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจเป็นละครเพิ่มอุณหภูมิการเมือง บางคนมองลึกไปถึงเป้าหมายล้างไพ่เล่นกันใหม่ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ใหม่ด้วยซ้ำ!!