
เด็กจู๋เปื่อยตอกต่อหน้าผอ.สถานพินิจฯสั่งราดซีม่า
ผอ.สถานพินิจฯ เมืองคอน ปฏิเสธพัลวัน "เด็กจู๋เปื่อย" ขณะที่เหยื่อพูดต่อหน้า ผอ.สั่งราดซีม่า" เผยหลังเด็กหนีคนไม่หนีกลับถูกเรียกหวดด้วยแป๊บน้ำ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้อง ด้านพยาบาลประจำสถานพินิจฯ ยันไม่เคยใช้ซีม่าโลชั่นรักษา งงซีม่ามาได้อย่างไร
ความคืบหน้ากรณีผู้ปกครองร้องสื่อมวลชนใน จ.นครศรีธรรมราช ว่า ลูกชายที่เป็นเยาวชนถูกควบคุมอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนนครศรีธรรมราช ถูกทำโทษจากเหตุหลบหนีออกจากสถานพินิจฯ ด้วยการราดซีม่าโลชั่นบนอวัยวะเพศจนเป็นแผลบวมเปื่อย ต้องประกันตัวออกจากสถานพินิจฯ เข้ารักษาตัวใน รพ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ทั้งที่เด็กคนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่หลบหนี
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 มกราคม นายปรีดีอนันต์ ติยานนท์ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนนครศรีธรรมราช สั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ไปรับตัว ด.ช.บอย (นามสมมติ) พร้อมด้วยผู้ปกครอง หลังจากแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ และให้นำตัวมายังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งแจ้งผู้สื่อข่าวว่า จะมีการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและเด็กอย่างเปิดเผย
ปรากฏว่าเมื่อได้เวลา เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ได้นำตัว ด.ช.บอย พร้อมด้วยผู้ปกครอง และญาติอีกจำนวนหนึ่งมายังสถานพินิจฯ โดยมีนายอัครพล หนูทวี ทนายความชื่อดังของ จ.นครศรีธรรมราช ได้เข้าติดตามคดีและเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนายปรีดีอนันต์เชิญผู้ปกครอง และ ด.ช.บอย ไปยังห้องประชุมพร้อมทั้งเปิดการพูดคุยต่อหน้าผู้สื่อข่าว ด.ช.บอยกล่าวต่อหน้า ผอ.สถานพินิจฯ นายอัครพล ทนายความ และเครือญาติร่วมรับฟัง
ด.ช.บอยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุเกิดช่วงค่ำก่อนที่จะมีการหลบหนีของเด็ก โดย ผอ.สถานพินิจฯ อยู่ในเหตุการณ์ที่มีการใช้ซีม่าโลชั่นรักษากลากของเด็กในสถานพินิจฯ ครั้งแรกตนเต็มใจที่จะทา เนื่องจากต้องการให้หาย อาการที่เกิดขึ้นนั้นเกิดบริเวณขาหนีบและอัณฑะ ส่วนบริเวณองคชาตไม่เป็นกลาก บริเวณขาหนีบตนใช้พลาสติกขูดเชื้อราก่อนจะทายา ซึ่งเข้าใจว่าจะมีการทาเท่านั้น ช่วงที่เกิดเหตุได้ยินเสียง ผอ.ซึ่งอยู่ห่างไปราว 2-3 เมตร สั่งเพื่อนว่าให้เทราดไปเลย ทำให้ตนมีอาการแสบร้อนอย่างรุนแรง ตกกลางคืนนอนหลับและตื่นมาได้ยินเสียงครูบอกว่าเด็กหนีหมดแล้ว
"ช่วงเช้ามีการเรียกเด็กที่เหลือในเรือนนอนลงมาเข้าแถว ส่วนเด็กที่หนีเริ่มจับกลับมาได้ เด็กที่เหลืออยู่ในเรือนนอนถูกทำโทษทุกคน ด้วยการใช้แป๊บน้ำตีทุกคน ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด และไม่คิดหลบหนี โดยครูที่ทำโทษบอกว่าทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ และบังคับให้เพื่อนบางคนขึ้นไปเอาเลื่อยเหล็ก และของมีคมมาให้” ด.ช.บอย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะ ด.ช.บอย เล่าเหตุการณ์นั้น นายปรีดีอนันต์พยายามกล่าวเสริมอยู่ตลอดเวลาว่า การใช้ซีม่าเป็นการรักษาอาการกลากใช่หรือไม่ ซึ่ง ด.ช.บอย บอกว่าใช่ และบอกต่อว่า ผอ.เป็นคนสั่งให้ราด ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพื่อความชัดเจนว่า เสียงที่สั่งเป็นเสียงของ ผอ.หรือเสียงของเพื่อน ด.ช.บอย กล่าวยืนยันว่า เป็นเสียงของ ผอ. ทำให้นายปรีดีอนันต์ถึงกับมีสีหน้าวิตกทันที
อย่างไรก็ตาม นายปรีดีอนันต์กล่าวปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่มีการสั่งให้ทำเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด ไม่เป็นความจริงแน่นอน ถ้าสั่งให้ทานั้นเป็นเรื่องจริง แต่การราดไม่มี เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีการลงโทษด้วยการใช้แป๊บน้ำตีตามที่เด็กยืนยันหรือไม่ นายปรีดีอนันต์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบจริงๆ แต่อาจเป็นการลงโทษเพื่อค้นหาสิ่งของต้องห้าม คือ เลื่อยและของมีคม และได้ส่งของต้องห้ามเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่ในเวลาต่อมา
ด้านนางสุภาพร มะลิวรรณ พยาบาลวิชาชีพประจำสถานพินิจฯ กล่าวว่า เด็กมาอยู่ที่สถานพินิจฯ จำเป็นต้องมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อรักษาพยาบาลให้สะอาด เพราะโรคผิวหนังเป็นโรคร้ายแรง เป็นโรคติดต่อ จึงจำเป็นต้องรักษาให้หายขาด ทางสถานพยาบาลใช้ตัวยาคีโตโคนาโซนเท่านั้น และในสถานพินิจฯ ไม่มีการนำซีม่าโลชั่นในการใช้รักษา ยังสับสนว่ามีซีม่าโลชั่นในสถานพินิจฯ ได้อย่างไร
ทั้งนี้ การยืนยันของนางสุภาพรทำให้นายปรีดีอนันต์ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ถึงกับหน้าถอดสี



