ข่าว

“เทพไท”ยัน“อภิสิทธิ์”เป็นสุภาพบุรุษการเมืองตัวจริง

“เทพไท”ยัน“อภิสิทธิ์”เป็นสุภาพบุรุษการเมืองตัวจริง

18 ม.ค. 2553

“เทพไท” ยัน “นาย”ยันเป็นสุภาพบุรุษการเมืองตัวจริง ไม่ใส่ร้าย-ดูถูกประชาชน แขวะ “พท.-นปช.” ชุมนุม ไม่เกี่ยว “คดียึดทรัพย์” เป็นข้ออ้าง “บังหน้า จวก “โฆษกแม้ว” กินปูนร้อนท้อง

 (18ม.ค.)  นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดดูถูกคนเสื้อแดง ไม่เป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ตนขอชี้แจงว่า ถ้าติดตามบทบาทของนายกรัฐมนตรี มาโดยตลอดจะเห็นว่า นายกฯคนนี้เป็นสุภาพบุรุษทางการเมืองที่แท้จริง เป็นที่ยอมรับ ของคนทั้งประเทศว่าเป็นนักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริต และมีมารยาททางการเมืองมากที่สุดคนหนึ่ง การที่นายกฯให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงก็เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงมีส่วนทำให้เกิดแรงกดดันต่อการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้นั้น ไม่ได้เป็นการใส้ร้ายหรือดูถูกประชาชนแต่อย่างใด

 โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่โฆษกพรรคเพื่อไทยประกาศว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่เกี่ยวกับเรื่องคดียึดทรัพย์ แต่เป็นการเรียกร้องหาประชาธิปไตย และล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย ก็เป็นแค่ข้ออ้างที่ใช้บังหน้า ทั้งที่ข้อเท็จจริงคนเหล่านี้ต่างทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว คนทั้งประเทศกก็รู้ดีว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ส่วนที่ใส่ร้ายนายกฯว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ได้ประโยชน์จากระบบอำมาตย์จนได้มาเป็นนายกฯในวันนี้ ขอชี้แจงว่า การก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้มาจากระบบอำมาตยาธิปไตยตามที่กล่าวหา แต่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตยในการลงมติของส.ส.ในสภาฯ จึงไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงแกะตามที่ถูกกล่าวหา แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างหากที่ทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะตลอดเวลา ไม่ใช่เป็นแค่เด็กเลี้ยงแกะแต่เป็นเจ้าของฟาร์มแกะกันทั้งพรรค

 นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพงษ์ เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาโจมตีกล่าวหาบุคคลต่างๆที่มีความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินคดี ของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าเป็นการชี้นำศาลในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทนั้น ตนเห็นว่าคนที่ออกมาพูดมีพฤติกรรมเข้าลักษณะกินปูนร้อนท้อง เพราะการพูดเรื่องดังกล่าวเป็นการพูดถึงหลักกฏหมายในคดีการยึดทรัพย์โดยทั่วไป ซึ่งเคยมีคำพิพากษาของศาลฏีกาเป็นหลักอยู่แล้ว จึงไม่ใช่การพูดชี้นำหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีใดๆทั้งสิ้น การพยายามที่จะเชื่อมโยงให้สังคมเห็นว่า คนที่มีความเห็นตามหลักกฏหมายที่อคติต่อพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ตัวนายพงษ์เทพ เคยเป็นถึงอดีตผู้พิพากษา ถ้าไม่เห็นด้วยกับหลักและข้อกฏหมายก็ควรออกมาโต้แย้ง ด้วยเหตุผลทางกฏหมาย จึงจะเหมาะสมกว่า ไม่ใช่ออกมาใช้โวหารพูดจาเสียดสีเพื่อหวังผลทางการเมือง