ข่าว

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

05 ธ.ค. 2563

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ


        
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ผลักดันนโยบาย “Festival Economy” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมรดกใหม่ (New Legacy) ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเมืองและชุมชนผ่านการจัดงานเทศกาล พร้อมเปิดตัว “Thailand Power Up” แคมเปญช่วยผู้จัดงานเทศกาลให้สามารถเดินหน้าจัดงานต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นและรักษาฐานแฟนของงานเทศกาลทั้งในและต่างประเทศที่ยังเดินทางเข้ามาร่วมงานไม่ได้ นอกจากนี้ ทีเส็บยังทำงานร่วมกับสมาคมและเครือข่ายภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับและสร้างงานเทศกาลของไทยสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการดำเนินการทั้งในแง่ของการผลักดันและกระตุ้นผู้จัดงานเทศกาลอย่างเป็นระบบครบวงจร


         ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

 

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กล่าวถึงนโยบายการส่งเสริมธุรกิจการจัดงานเทศกาลในประเทศไทยว่า ทีเส็บเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาและสร้างมรดกทางเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล (Festival Economy) ให้กับเมืองและชุมชน โดยเน้นการใช้อัตลักษณ์ของเมือง (City DNA) ในการออกแบบกิจกรรมสำหรับงานเทศกาล (Experience Design) ก่อให้เกิดระบบนิเวศใหม่ (New Ecosystem) ในการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองผ่านการจัดงานเทศกาล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือดึงดูดกลุ่มนักเดินทางคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เน้นการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์รูปแบบใหม่ พร้อมกันนี้ นโยบาย Festival Economy ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างเศรษฐกิจ กระจายรายได้ กระจายความเจริญ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพของเมือง พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากรภายในพื้นที่ จึงก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านและยั่งยืน

 

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ
         

นอกจากนี้ ทีเส็บให้ความสำคัญและตั้งเป้าผลักดันนโยบาย Festival Economy เป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เมืองและชุมชนจับมือกับเครือข่ายสมาคมฯ ที่มีความเชี่ยวชาญ 5 สมาคมหลัก คือ สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA), สมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย (TMPSA), สมาคมเครือข่ายผู้สร้างสรรค์วิชาชีพสื่อบันเทิงไทย (TECNA), สมาคมการค้าส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (CAPT) และสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) ในการร่วมออกแบบและสร้างงานเทศกาลที่เหมาะสมให้กับเมือง และพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็น “หนึ่งเมือง หนึ่งสิทธิบัตรงานเทศกาลนานาชาติ (1 City 1 Licensed Event)” ภายใน 5 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่า ยกระดับ และส่งออกงานเทศกาลที่เกิดจากสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยมีเป้าหมายในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งเสริมให้เมืองเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานเทศกาล และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
        

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

 

ในการนี้ สสปน. และสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย หรือ TIEFA ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาลในพื้นที่นำร่อง คือ 
1) การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการออกแบบงานเทศกาลและพัฒนาเมืองผ่านการจัดงานเทศกาล ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีโดยนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อผลักดันและยกระดับงานเทศกาลในจังหวัดเพชรบุรี และส่งเสริมการกระจายรายได้ สร้างเศรษฐกิจในจังหวัดผ่านการจัดงานเทศกาล (Festival Economy) อย่างยั่งยืน

 

2) การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสร้างงานเทศกาลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของย่าน
ราชประสงค์ ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เพื่อส่งเสริมและยกระดับการจัดงานเทศกาลในย่านราชประสงค์ เพื่อสร้างผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจ สังคม (Economic and Social Impact) ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร
         

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

 

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการออกแบบงานเทศกาลและพัฒนาเมืองผ่านการจัดงานเทศกาล ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่เพชรบุรี ที่มีความตื่นตัวอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกันในการออกแบบงานเทศกาลที่มาจากอัตลักษณ์ของเมือง ผ่านไอเดียที่สร้างสรรค์ของสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA) เพื่อที่จะทำให้เทศกาลที่จะเกิดขึ้นต่อไปของเพชรบุรีเป็นงานระดับนานาชาติที่เราชาวเพชรบุรีภาคภูมิใจ
          

นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) กล่าวถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสร้างงานเทศกาลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของย่านราชประสงค์ ซึ่งเสมือนเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างย่านราชประสงค์และ สสปน. อย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA) โดยมีเป้าหมาย คือ ยกระดับ “ย่าน” ที่เป็นสถานที่จัดงานไปสู่ “ย่าน” ที่มีคอนเทนต์เฉพาะ เพื่อต่อยอดทางเศรษฐกิจต่อไป
         

ทีเส็บผลักดันนโยบาย "Festival Economy"สร้าง "เศรษฐกิจ" เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

 

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ แนะนำแคมเปญ Thailand Power Up ของฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติประจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมและฟื้นฟูการจัดงานเทศกาลหลังสถานการณ์โควิด 19 ภายใต้แนวคิดหลัก คือ ฟื้นฟูอุตสาหกรรม (Recovery), รักษาฐาน Fanbase ของงาน (Engaged), เสริมสร้างความแข็งแกร่งของพันธมิตรทั้งไทยและต่างชาติ (Empower) และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (Boost Up) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับงานในประเทศ มุ่งพัฒนาและรักษาฐานแฟนทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีและแฟลตฟอร์มออนไลน์ยกระดับประสบการณ์ของผู้ร่วมงาน
         

แคมเปญ Thailand Power Up ประกอบด้วย 4 โปรโมชั่น ได้แก่ 1) Thailand Event Line Up ยกระดับและพัฒนางานเทศกาล และเตรียมความพร้อมเมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ 2) Fav. Your Fan. สนับสนุนการจัดงานผ่านออนไลน์แฟลตฟอร์มในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 3) N2N Tech. Savy สนับสนุนให้ผู้จัดงานเทศกาลสามารถรักษาฐาน Fanbase ทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านการใช้เทคโนโลยีและแฟลตฟอร์มออนไลน์ และ 4) International Mega Event and Market Penetration เพื่อติดอาวุธและส่งเสริมให้ผู้จัดงานเทศกาลของประเทศไทยสร้างเครือข่ายกับเจ้าของลิขสิทธิ์งานต่างประเทศเพื่อเตรียมพร้อมดึงงานกลับเข้ามาในประเทศไทย
          

สุดท้ายนี้ ทีเส็บในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนางานเทศกาล เพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมต่าง ๆ และภาคเอกชน รวมถึงส่งเสริมให้ผู้จัดงานเทศกาลสร้างเครือข่ายร่วมกับผู้จัดงานเทศกาลในต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยกระดับงานและดึงงานที่น่าสนใจเข้ามาในประเทศไทย โดยยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave no one behind)”