
หนุ่มปูเสื่อร้องขอความเป็นธรรม เมียถูกรถเมล์ทับกลางแยกรัชโยฯ 2 เดือนไม่คืบ
หนุ่มร้อยเอ็ด ปูเสื่อประท้วงกลางแยกรัชโยธิน หอบรูปภรรยา โชว์ จุดเกิดเหตุกับรถเมล์จนเสียชีวิต แม้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล แล้วกลับมาดำเนินคดี กว่า 2 เดือน พนักงานสอบสวน กลับระบุเอกสารไม่พร้อม อ้างคู่กรณีพยายามขอไกล่เกลี่ย แต่เจ้าตัวประกาศไม่ต้องการ
จากกรณีมีการโพสต์ ภาพชายหนุ่มกางเสื่อปูนอน บริเวณแยกรัชโยธิน พร้อมทั้งนำภาพติดหน้างานศพของภรรยา และแผ่นป้ายฟิวเจอร์ เขียนข้อความร้องความเป็นธรรม โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า
ผมกำลังจะไปดูหนัง ระหว่างติดไฟแดง 175 วิ ก็พบกับสิ่งนี้...
เล่าสั้นๆ คือ พี่วัยกลางคน เมียโดนรถชนตายตรงนี้ ผ่านมา 2เดือน ยังไม่ได้อะไรที่เป็นการรับผิดชอบเลย เงินค่าจัดงานศพยังไม่มีด้วยซ้ำ ด้วยความเป็นห่วง เลยจอดรถเสร็จในเมเจอร์ เดินกลับมาหาเขา เพื่อบอกกับพี่เขาว่า "พี่..มันอันตรายนะตรงนี้ ผมว่าเข้าไปในเกาะกลางๆ หน่อยดีไหม ? " พี่เขาตอบกลับมาว่า "ผมอยู่บนฟุตบาท จะเหยียบผมอีกก็เอาดิ ผมจะได้ตายไปหาเมียผม ..ผมขอร้องนะครับ ถ่ายและแชร์ให้ผมเลย" ตาพี่แกแดงกล่ำมากๆๆ เหมือนร้องไห้มา วันละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง #ผมช่วยพี่แล้วนะครับ ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นาๆ
เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ ( 4 ธันวาคม 2563 ) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณเกาะกลางถนน ช่วงแยกรัชโยธิน ถนนรัชดาภิเษก ตัด ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พบนายโชคชัย ใบยพฤกษ์ อายุ 36 ปี แฟนหนุ่ม นางดวงใจ ใบยพฤกษ์ อายุ 33 ปี ผู้เสียชีวิต
จากการสอบถามเจ้าตัวเล่าว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 09.40 น.ที่ผ่านมา แฟนสาวได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีนายเจษฎา ใบยพฤกษ์ อายุ 17 ปี บุตรชายเป็นผู้ขับขี่ กำลังจะไปส่งผู้เป็นแม่ ไปทำงานเป็นพนักงานลูกจ้างชั่วคราว ห้างซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง ขณะขับมาในช่องทางซ้าย ได้ถูกรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 39 รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สีส้ม หมายเลขทะเบียน 13-1063 กรุงเทพมหานคร มีนางสาวปิยะดา มานตรี เป็นผู้ขับขี่ เฉี่ยวชนที่ด้านหลังรถจักรยานยนต์ บริเวณกลางสี่แยกรัชโยธิน จากแยกเสนานิคม มุ่งหน้าแยกลาดพร้าว ทำให้รถเสียหลักล้ม และถูกล้อรถเหยียบทับร่าง จนนางดวงใจเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายเจษฎา บุตรชายได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นได้นำร่างของภรรยา ไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเสร็จพิธี ได้ย้อนกลับมาพบพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี (พ.ต.ท.ธนรัตน์ สุวรรณดี สารวัตร(สอบสวน)สน.พหลโยธิน) เพื่อดำเนินการทางคดีกับทางคู่กรณี แต่กลับให้คำตอบเพียงว่า อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทางเอกสารยังไม่แล้วเสร็จทั้งนี้ทางด้านผู้ขับขี่รถโดยสารได้ติดต่อมาตลอด และยังได้เดินทางไปขอขมาศพที่งานศพ พร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่งให้
แต่ทาง ข.ส.ม.ก. ส่วนตัวก็ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปแล้ว โดยได้โทรศัพท์ไปสอบถาม ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน มีเพียงคำยืนยันมาอีกว่าทางหน่วยงานมีประกัน แต่ถึง ณ ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อมาแต่อย่างใด ซึ่งตนพยายามติดต่อไปอีกครั้ง ก็มีแต่ระบุว่าให้รอเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว หากถามว่าต้องการเงินหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า
"เงินนั้นส่วนตัวแล้วผมไม่อยากรับ ผมขอเพียงความเป็นธรรม การตอบรับจากทางหน่วยงานคู่กรณี ว่าเคยโทรศัพท์มาสอบถามถึงจิตใจครอบครัวเหยื่อบ้างหรือไม่ ตลอดจนการดูแลเลี้ยงดูลูกคนตายได้อย่างไร และที่สำคัญอยากได้ภรรยากลับคืนมา คุณให้ได้หรือไม่ ถ้าวันนั้นรถโดยสารขับช้าสักนิดหนึ่ง ภรรยาผมคงไม่ตาย เพราะลูกชายยืนยันว่ารถมาเร็ว"
อย่างไรก็ตาม ต้องการเพียงวอนขอให้โลกโซเชียลช่วยกันแชร์เรื่องราวนี้กัน เพราะสำหรับประชาชนคนธรรมดาอย่างเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งย้อนหลังไปก่อนหน้าที่เกิดเหตุการณ์นี้ ตนเพิ่งจะตกงาน จากงานประจำเป็นช่างไฟฟ้าในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่มาประสบปัญหาวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องออกจากงาน และมีเพียงผู้ตายที่ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวในการดูแลครอบครัว แต่พอมาวันนี้ เขาไม่อยู่แล้ว แบบนี้ใครจะมาดูแลเรา ทั้งนี้คืนนี้ตั้งใจจะขอหลับนอนตรงนี้เพื่อเรียกร้องไปจนถึงช่วงเช้า ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ภรรยาเสียชีวิต
ต่อมา เวลา 01.30 น. ร.ต.อ.ไพศร อู่ข้าวอู่น้ำ รอง สวป.สน.พหลโยธิน ได้เดินทางมาเกลี้ยกล่อมนายโชคชัย ก่อนเชิญตัวให้ไปพักที่ สน.พหลโยธิน เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย เพราะจุดที่ชายรายนี้มาหลับนอนเป็นจุดที่การจราจรคับคลั่ง รถใช้ความเร็ว ตลอดจนมีผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับสัญจรมา จอดดูอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้ยืนยันมาว่าจะให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี มาทำการพูดคุยถึงรายละเอียดทางคดี ตลอดจนประสานทางคู่กรณี ในช่วงเช้านี้ ทำให้ทางนายโชคชัย รู้สึกพึงพอใจ แล้วตกลงเดินทางไปยัง สน.พหลโยธิน ทันที



