
เรืองไกรร่วมสอยสุรยุทธ์แจ้งทรัพย์สินเท็จ
เรืองไกร ร่วมขบวนสอย สุรยุทธ์ แจ้งทรัพย์สินเท็จต่อป.ป.ช.
(18ม.ค.) ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า ได้ส่งเรื่องต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 62 โดยจากการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.สุรยุทธ์ ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจว่าพล.อ.สุรยุทธ์ ยังคงครอบครองที่ดินที่ตั้งอยู่บนเขายายเที่ยง พร้อมสิ่งปลูกสร้างอยู่ด้วย แต่จากการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตอนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2549 และตอนเข้ารับตำแหน่งรมว.มหาดไทย พล.อ.สุรยุทธ์ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินไว้ต่อ ป.ป.ช. ในส่วนที่เป็นที่ดินของตนเองเอาไว้ 9 แปลงมูลค่า 17,880,250 บาท ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ส่วนคู่สมรสคือพ.อ.หญิง คุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์ ได้แสดงทรัพย์สินส่วนที่เป็นที่ดินเอาไว้ 3 แปลงมูลค่า 7,000,000 บาท มีสิ่งปลูกสร้าง 3 หลังมูลค่ารวม 10,000,000 บาท โดยคู่สมรสได้แสดงว่ามีที่ดิน ภ.บ.ท. 5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 21-0-0 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ภ.บ.ท. 5 จำนวนหนึ่งหลัง เลขที่ 10 หมู่ 6 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยไม่ได้แยกราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแปลง ภ.บ.ท. 5 เอาไว้
นายเรืองไกร กล่าวว่า ต่อมาพล.อ.สุรยุทธ์ ได้แจ้งบัญชีทรัพย์ตอนพ้นจากตำแหน่ง เป็นที่ดินเอาไว้ 9 แปลงมูลค่า 17,880,250 บาท ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ส่วนคู่สมรสแสดงทรัพย์สินส่วนที่เป็นที่ดินเอาไว้ 2 แปลงมูลค่า 5,000,000 บาท มีสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังมูลค่ารวม 9,400,000 บาท โดยไม่ได้แสดงว่ามีที่ดิน ภ.บ.ท. 5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 21-0-0 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ภ.บ.ท. 5 จำนวนหนึ่งหลัง เลขที่ 10 หมู่ 6 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เอาไว้อีกต่อไป แต่ในส่วนบัญชีทรัพย์สินที่เป็นสิทธิและสัมปทานนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ แจ้งว่าคู่สมรสมีทรัพย์สินที่เป็นสิทธิอยู่ 1 รายการ มูลค่า 700,000 บาท โดยอธิบายว่าเป็นการซื้อสิทธิในการทำประโยชน์บนที่ดินว่างเปล่า และปลูกต้นไม้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื้อที่ 21 ไร่ โดยได้จ่ายเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ตามกฎหมายทุกปีตลอดมา แต่มีการหมายเหตุว่า ที่ดินแปลงนี้มิได้ใช้ทำประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น รีสอร์ท หรือร้านอาหาร ฯลฯ แต่อย่างใด
นายเรืองไกร กล่าวว่า แสดงว่าพล.อ.สุรยุทธ์ย่อมต้องรู้ว่าที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินของตนเอง ที่จะนำมาตีมูลค่าแล้วนำมาแสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินของตนได้ การนำที่ดินแปลงดังกล่าวมายื่นแสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สิน ทั้งในประเภทที่ดินหรือในประเภทสิทธิและสัมปทานในแต่ละคราว โดยมีการแสดงมูลค่าของทรัพย์สินด้วยนั้น อาจเป็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จได้ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในประเภทและมูลค่าทรัพย์สินตามมาได้ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าลักษณะการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263 วรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป อย่างไรก็ตามหากศาลฎีกาฯวินิจฉัยว่ามีความผิด จะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่กรณีของพล.อ.สุรยุทธ์ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 15 และในหมวด 4 มาตรา 71 ดังนั้นกรณีมีการบุกรุกที่ต้องห้ามอาจขัดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งองคมนตรี ดังนั้นจึงอยู่ที่ดุลยพินิจของพล.อ.สุรยุทธ์เองว่า ท่านควรจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ท่านต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ต้องรอให้กรมป่าไม้มาชี้ว่าผิดหรือไม่



