
"ไทยภักดี" ยื่นศาลรธน. เบรกแก้รัฐธรรมนูญ ชี้เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่ม ไทยภักดี เดินทางยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมบูญ กรณีล้มล้างการปกครองด้วยการตั้ง ส.ส.ร. เพื่อร่างรัฐรรรมนูญใหม่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ธันวาคม 2563 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี พร้อมด้วยสมาชิก ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ซึ่งอาจเป็นการคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดยก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มไทยภักดี ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาและส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีคำสั่งระงับยับยั้งการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เมื่อวันที่17 พ.ย.63 ที่ผ่านมา ครบ 15 วันแล้ว ทราบว่ายังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด วันนี้จึงมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีบทสรุปพร้อมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้
บัดนี้พ้นกำหนด 15 วันหลังจากที่กลุ่มไทยภักดีร้องผ่านอัยการสูงสุดแล้ว แต่อัยการสูงสุดไม่ดำเนินการใดๆ กลุ่มไทยภักดีจึงใช้สิทธิ์ ร้องศาลรัฐธรรมญูโดยตรงตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ ว่ามีการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีเหตุผล
1. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 256 กับการแก้ไขใหม่ให้ง่ายขึ้น ไมมีการกำหนดสัดส่วน สว.และ ส.ส.ฝ่ายค้านตอนลงมติ รวมทั้งการต้องทำประชามติในหมวดสำคัญ เป็นการทำลายหลักมีส่วนร่วมของรัฐสภาและ หลักมีส่วนร่วมของประชาชน
2. การมี ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มีผลให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับ ต้องถูกยกเลิก มีผลให้ส.ส.และส.ว.ต้องถูกยกเลิก องค์กรอิสระต้องถูกยกเลิก ศาลรัฐธรรมนูญต้องถูกยกเลิก วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกยกเลิก กระทบต่อโครงสร้างระบบการเมืองการปกครอง คดีต่างๆที่เกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบทั้งที่พิจารณาไปแล้ว และอยู่ระหว่งพิจารณา หลุดพ้นความผิดเพราะข้ออ้างกฎหมายที่ใช้บังคับถูกยกเลิก
3. บทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรมนูญ ถูกกำหนดเป็นลายสักษณ์อักษรให้แก้ไขได้รายมาตรา การจัดตั้งส.ส.ร.เพื่อยกร่างฉบับใหม่ ไม่มีการกำหนดไว้ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงมีเจตนาที่ขัดบทบัญญัติของกฎหมาย
4.โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านประชามติจากประชาชน และศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานว่า การจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ได้ลงประชามติเสียก่อนว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวิจฉัยและมีคำสั่ง
1.ประธานรัฐสภาระงับการบรรจุระเบียบวาระ การแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสองและสาม
2.ขอให้ผู้ถูกร้อง คือส.ส.ที่ลงชื่อร่างฝ่ายค้านและร่างฝ่ายรัฐบาล ถอนระเบียบวาระออกจากที่ประชุมรัฐสภา
3.ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติในชั้นรับหลักการ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563 ที่มีมติรับหลักการทั้งสองฉบับ



