
โวยปธ.กองทุนหมู่บ้านเชิดเงินหนี สมาชิกกว่า 80 คนอลเวง สูญเงินกว่า 4 ล้าน
นครปฐม-ชาวบ้านสวนป่านโวย ประธานกองทุนหมู่บ้านเชิดเงินกองทุนหนีกว่า 4 ล้าน ทำให้คณะกรรมการรับเคราะห์
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 1 ต.สวนป่าน อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านจำนวนกว่า 80 คน ว่าถูกนางสุวดี พรั่งโอฬาร อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ 1 ต.สวนป่าน อ.เมือง จ.นครปฐม ประธานกองทุนหมู่บ้าน เชิดเงินกองทุนหมู่บ้านที่ชาวบ้านนำมาชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยกว่า 2 ล้านบาท และเงินวิสาหกิจชุมชนที่ชาวบ้านกู้จากธนาคารแล้วนำมาลงทุนในแต่ละกลุ่ม คือกลุ่มแม่บ้านเลี้ยงสุกรจำนวน 5 แสนบาท กลุ่มพ่อบ้านเลี้ยงโคจำนวน 5 แสนบาท กลุ่มร้านค้าชุมชนจำนวน 5 แสนบาท และกลุ่มเงินสัจจะออมทรัพย์ ประมาณกว่า 4 แสนบาท รวมกว่า 4 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป
นางอำไพ หนูหอม เหรัญญิกกองทุนหมู่บ้าน เล่าว่า ตนและเพื่อนสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นคณะกรรมการกองทุน และวิสาหกิจชุมชนทั้ง 4 กลุ่ม ต้องมานั่งรับผิดชอบหนี้ที่ตนและเพื่อนๆ คณะกรรมการทั้ง 8 คน ค้ำประกันเงินกู้จากธ.ก.ส.ต่อยอดจากเงินกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท เพื่อนำมาให้สมาชิกกองทุนนำไปลงทุนประกอบอาชีพหารายได้เพิ่ม โดยจะทำสัญญาคืนเงิน 6 ครั้ง และบางคนก็จะทำสัญญาคืนเงินทุกเดือน โดยจะมีการประชุมทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน แต่เมื่อสมาชิกนำเงินมาคืนให้ประธานแล้ว กลับไม่นำเงินที่ได้รับคืนพร้อมดอกเบี้ยเข้าบัญชีธนาคาร
“ทุกวันนี้ตนต้องน้ำตาตกใน ไม่รู้จะทำอย่างไร ครอบครัวที่เคยอยู่กันอย่างมีความสุข ก็ต้องมีปัญหากันถึงขั้นจดทะเบียนหย่าร้างกัน ก็เพราะการกระทำของนางสุวดี ประธานกองทุน ที่ไม่มีความรับผิดชอบนำเงินที่สมาชิกกองทุนที่นำมาใช้หนี้พร้อมดอกเบี้ยไป โดยไม่เอาเงินไปใส่บัญชีธนาคาร”
นายศุภลักษณ์ ปิเยาว์ ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองต.สวนป่าน บอกว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้ว่าจำนวนเงินที่แท้จริงนั้นมีตัวเลขเท่าไร เนื่องจากนางสุวดี ประธานกองทุนได้หอบเอาเอกสารการกู้ยืม บัญชีเงินกองทุนทั้งหมดหนีไปพร้อมกับเงินกองทุนของชาวบ้าน
นายอานุภาพ อินทร์ภิรมย์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลกองทุนหมู่บ้านอำเภอเมืองนครปฐมทั้งหมด ซึ่งหลังจากทางอำเภอได้รับหนังสือจากคณะกรรมการกองทุนให้ช่วยเรียกนางสุวดี ประธานมาพูดคุย แต่นางสุวดีได้หลบหนีไปพร้อมกับครอบครัวแล้ว จึงปรึกษากับคณะกรรมการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนางสุวดี แต่ตำรวจอ้างหลักฐานไม่พอ ตนและชาวบ้านต้องวิ่งเข้าออกสถานีตำรวจมากว่า 7 ครั้งแล้ว ล่าสุดชาวบ้านได้รวมตัวกันไปที่โรงพัก ทำให้ตำรวจต้องเรียกชาวบ้านไปสอบปากคำ



