
มาแล้วน้ำท่วมระลอกแรก สั่งเฝ้าระวังระดับน้ำ 5 อำเภอ จ.นราธิวาส
น้ำท่วมระลอกแรก เฝ้าระวังระดับน้ำ 5 อำเภอ จ.นราธิวาส ด้านชาวบ้านพลิกวิกฤติเป็นโอกาสออกจับปลาน้ำจืดขายสร้างรายได้วันละ 500-600 บาท
วันที่28พ.ย.63 จากประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกฉบับที่ 9 (77/2563) เรื่องฝนตกหนักภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 พ.ย.2563 ทั้งนี้เนื่องจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศมาเลเซียได้อ่อนกำลังแล้ว ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราชจนถึง จ.นราธิวาส สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่ว่า ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส หลายครอบครัวได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการออกหาปลาสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากการกรีดยางและอาชีพเกษตรกร เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนยางไม่สามารถออกกรีดยางได้ จึงเปลี่ยนไปออกจับปลาขายเป็นรายได้เสริม โดยแทบทุกบ้านจะเริ่มออกจับปลามารับประทาน หากได้ปลามาจำนวนมากก็จะนำออกมาจำหน่ายเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยบรรยากาศริมข้างทางถนนสายนราธิวาส-ตันหยงมัส ในพื้นที่ ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส เป็นไปอย่างคึกคัก ข้างทางมีกลุ่มแม่ค้านำปลาน้ำจืดที่มีจำนวนมากในช่วงน้ำหลากมาวางจำหน่าย ส่วนใหญ่เป็นปลาดุกนา ปลาช่อน ปลารำพัน ปลาเกล็ดหนา ปลาหมอ ปลาหวี ปลาตะเพียน ปลาขี้ขมและปลาไหล เมื่อน้ำเริ่มมากขึ้นหลายครอบครัวจึงได้ออกไปวางข่ายหาปลาตามแม่น้ำลำคลองต่างๆ ซึ่งบางส่วนรับซื้อต่อจากคนในหมู่บ้านที่ออกหาปลา บางส่วนเป็นปลาที่หากันในครอบครัวแล้วมาวางจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้เสริมช่วงงดกรีดยางในช่วงที่ในพื้นที่มีฝนตกและมีน้ำไหลหลากตามลำคลองต่างๆ โดยแม่ค้าที่จำหน่ายปลาริมทางเปิดเผยว่า รายได้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 500-600 บาท ซึ่งหักจากต้นทุนแล้วก็ถือว่าสามารถที่จะนำไปจุนเจือครอบครัวได้ เพราะช่วงหน้าฝนครอบครัวไม่สามารถออกกรีดยางได้ และการขายปลาจึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เลือกทำในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.ระแงะ เริ่มมีน้ำท่วมขังตามบ้านเรือนแล้ว เพราะฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ฝนเริ่มทิ้งช่วง ทำให้ยังไม่กระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านมากนัก หลายหมู่บ้านใช้เรือในการสัญจร ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ปรับตัวเข้ากับน้ำหลากเป็นประจำทุกปี ซึ่งคาดว่าหากฝนทิ้งช่วงจะทำให้สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายลง นายฆอยรินทร์ บินสะมะแอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงสะโต อ.ระแงะได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม จากการสำรวจเบื้องต้นเกิดจากมวลน้ำที่เพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักตลอดทั้งวัน จึงทำให้เกิดน้ำขังบริเวณบ้านเรือนประชาชน และมีน้ำเอ่อล้นในพื้นที่ลุ่มต่างๆโดยระดับน้ำอยู่ที่ 1.5 เมตร ราษฎรเดือดร้อนประมาณ 30 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องยกของขึ้นที่สูงและเฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ทางด้านนายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ รักษาราชการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาสเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษประกอบด้วย อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ และ อ.ตากใบ เนื่องจากปริมาณฝนตกสะสมมากกว่าอีก 9 อำเภอ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต ซึ่งหากฝนตกๆหยุดๆ จะทำให้สถานการณ์ไม่หนักมาก อย่างไรก็ตามเนื่องจากประเทศมาเลเซียเกิดฝนตกหนักมากเช่นเดียวกัน โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 28 พ.ย.2563 มวลน้ำได้ไหลทะลักลงสู่แม่น้ำโก-ลก บริเวณสะพานลันตู อ.สุไหงโก-ลกจนล้นตลิ่ง โดยสูงกว่าตลิ่ง 0.37 เมตร ส่วนลุ่มน้ำบางนรา บริเวณบ้านตันหยงมัส อ.ระแงะ ล้นตลิ่งแล้วเช่นกัน โดยสูงกว่าตลิ่ง 0.61 เมตร สำหรับลุ่มน้ำสายบุรี บริเวณบ้านท่าเรือ อ.รือเสาะ ระดับน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ต่ำกว่าตลิ่ง 4.41 เมตร
กรียา เต๊ะตานี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นราธิวาส



