ข่าว

ความจำเป็น สธ. ยก 9 เคสผู้ป่วย โควิด-19 บทเรียนสำคัญรับมือติดเชื้อในประเทศ

ความจำเป็น สธ. ยก 9 เคสผู้ป่วย โควิด-19 บทเรียนสำคัญรับมือติดเชื้อในประเทศ

28 พ.ย. 2563

สธ. ยก 9 เคส ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศ 2 เดือนที่ผ่านมา บทเรียนสำคัญรับมือครั้งต่อไป ความจำเป็นต้องเรียนรู้ปัจจัยสำคัญสอบสวนโรครวดเร็วขึ้น กล้องวงจรปิด เช็กอินไทยชนะ ประสานทำงานบูรณาการ เฝ้าระวังชายแดนเข้มงวด

28 พฤศจิกายน 2563 ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในงานแถลงข่าวกรณีไทยพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) รายใหม่ในประเทศ โดยย้อนรอยกรณีที่พบการติดเชื้อในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ว่า มีกรณีการพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 หลายเหตุการณ์ในประเทศไทยให้เรียนรู้ โดย 9 กรณี มีการพบผู้ป่วย โควิด-19 ในประเทศไทย ดังนี้

 

กรณีที่ 1 ชาวเมียนมาติดเชื้อชายแดนอำเภอแม่สอด 5 ราย ขณะนี้ มีระบบนิวนอร์มัลในการขนส่งสินค้าใน Safety Zone ตรวจหาเชื้อ โควิด-19 พนักงานขับรถทุกสัปดาห์ เมื่อเจอผู้ป่วยส่งกลับไปรักษา ถือเป็นต้นแบบให้ด่านชายแดนอื่นๆ

กรณีที่ 2 หญิงชาวฝรั่งเศส ที่ สมุย ติดเชื้อใน ASQ พบมีการปนเปื้อนเชื้อที่ฟิตเนส ขณะนี้สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ระบบระบายอากาศ ดังนั้น ต้องมีการเข้มงวดในการทำความสะอาดให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะมีการตรวจสอบระบบอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดสำคัญมากในการติดตามผู้ป่วย และผู้อยู่ระแวกเดียวกัน

 

กรณีที่ 3 การลักลอบเข้าเมืองของชาวเมียนมา ที่ จ.พัทลุง เบื้องต้น ให้ข้อมูลว่าเข้าทางอำเภอแม่สอด แล้วเดินทางไปสงขลา จากผลสอบสวนโรคได้ข้อเท็จจริงว่ามาจากชายแดนมาเลเซีย เป็นประสบการณ์ว่า ข้อมูลที่ได้ครั้งแรกอย่าปักใจเชื่อทั้งหมด เนื่องจากผู้กระทำผิดกฎหมายมักไม่บอกความจริง การสอบสวนโรคต้องอาศัยหลักฐานหลายๆ อย่าง โดยชายแดนยังเป็นจุดสำคัญที่ต้องระมัดระวัง

กรณีที่ 4 ชายชาวอินเดีย ที่ กระบี่ ตรวจพบเชื้อ โควิด-19 จากการตรวจร่างกายเพื่อทำใบ Work Permit กรณีนี้พบว่ามีการเดินทางไป เชียงใหม่ สุโขทัย ภูเก็ต ทำให้ต้องระดมทีมสอบสวนโรคเกือบทั่วประเทศ บูรณาการทำให้สามารถควบคุมได้เร็ว ข้อดี คือ การติดตามค่อนข้างดี ผู้สัมผัสทุกรายไม่มีการติดเชื้อ สรุป คือ เป็นการติดเชื้อนานแล้ว ไม่ติดต่อ และคาดว่าในอนาคตจะเจอแบบนี้อีกพอสมควร

 

กรณีที่ 5 ทหารเกาหลี คล้ายกับชาวอินเดีย ที่ กระบี่ มีการตรวจสอบผู้ประชุมร่วมกัน พบ เสี่ยงต่ำ มีการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ไม่พบผู้ติดเชื้อ ข้อดีของเคสนี้ คือ ได้รับความร่วมมือจากเกาหลีอย่างดี ผู้ติดเชื้อรายนี้เชื้อค่อนข้างน้อย ตรวจแล็บซ้ำอีกครั้ง ผลเป็นลบ คาดว่าเป็นการติดเชื้อมาก่อนหน้านี้แล้ว คล้ายกับชายชาวอินเดีย ที่ กระบี่ ติดเชื้อนานแล้ว ไม่ติดต่อ

กรณีที่ 6 รัฐมนตรีจากฮังการี ที่มาเยือนไทย ตรวจพบเชื้อ โควิด-19 วันแรกที่มา มีการดูแลและส่งกลับประเทศไปรักษา จากการวางระบบทำให้ตรวจจับได้รวดเร็ว และการร่วมมือระหว่างประเทศโดยไทยส่งข้อมูลให้ทางการกัมพูชา ทำให้ตรวจเจอเชื้อที่กัมพูชาเพิ่ม 3 - 4 คน ส่วนท่านทูตฮังการีที่ติดเชื้อเนื่องจากสัมผัสใกล้ชิด แต่มีการกักตนเองและใส่หน้ากาก ทำให้ไม่มีการแพร่เชื้อต่อ

 

กรณีที่ 7 ชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในค่ายอุ้มเปี้ยม อำเภอพบพระ ปริมาณเชื้อ โควิด-19 ค่อนข้างน้อย อาจเป็นการติดเชื้อนานแล้ว ผู้สัมผัสในค่ายให้ผลเป็นลบ แนวโน้มคล้ายกับชาวอินเดีย ที่ กระบี่

กรณีที่ 8 หญิงชาวเมียนมา - ไทย อายุ 17 ปี มีโรคประจำตัว คือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE มารักษาที่ไทย เป็นการติดเชื้อจากชายแดนและลักลอบเข้ามา

กรณีที่ 9 ล่าสุด หญิงไทย อายุ 29 ปี ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการลักลอบเข้ามาเช่นกัน โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จะประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบเพิ่มเติม

 

โควิด-19

 

โควิด-19

 

นายแพทย์ โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ 9 เคส ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศ ที่ผ่านมา สิ่งที่เรียนรู้ คือ การใส่หน้ากากอนามัยสม่ำเสมอในที่สาธารณะ มีความจำเป็น ช่วยได้หลายกรณีในการป้องกันโรค ยกเว้นช่วงรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรืออยู่คนเดียว แต่ขอให้ใส่ในที่สาธารณะทุกครั้ง สิ่งที่เรียนรู้ถัดมา คือ หากสอบสวนโรคได้เร็ว ทำให้ควบคุมโรคได้เร็ว ดังนั้น กล้องวงจรปิด และ ไทยชนะ เป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่ร้านค้า ตึก ที่มีกล้องวงจรปิด ช่วยได้มาก อย่างไรก็ตาม จุดเสี่ยงสำคัญ คือ ชายแดน ต้องเข้มงวด

“วัตถุประสงค์ในการควบคุมโรค คือ ยืนยันว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นการติดเชื้อ โควิด-19 จริง ถัดมา คือ หาสาเหตุว่าติดมาจากที่ใด และ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นการแพร่กระจายให้ผู้อื่น แต่ในบางรายอาจจะให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จึงต้องมีการสอบสวนเพื่อให้เกิดความมั่นใจและให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นบทเรียนและประสบการณ์ในการป้องกันในครั้งต่อไป”

 

#BLACKFRIDAY ช้อปเลยลาซาด้า

 

โควิด-19