
ให้5หมื่นแจ้งเบาะแสลูกปัดสุริยเทพถูกฉกจากมิวเซียมสยาม
มิวเซียมสยามตั้งรางวัล 5 หมื่นให้เบาะแส ลูกปัดสุริยเทพถูกฉก ผอ.คลอด 4 มาตรการล้อมคอกสถานที่จัดแสดงลูกปัด เพิ่มเจ้าหน้าที่ 8 คน ติดกล้องวงจรปิด 3 เท่า ประสานหน่วยงานต่างประเทศสกัดคนนำลูกปัดออกนอกประเทศ
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2552 สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือมิวเซียมสยาม จัดแถลงข่าวกรณีลูกปัดสุริยเทพหาย โดยพลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวว่า ลูกปัดที่หายไปเป็นลูกปัดโบราณที่นำมาแสดงในงานปริศนาแห่งลูกปัด
เป็นนิทรรศการหมุนเวียนชั่วคราวของทางพิพิธภัณฑ์จัดขึ้นถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชน ประชาชน ให้ทราบถึงความเป็นมาของอารยธรรมของประเทศไทย และความเป็นมาของลูกปัด โดยได้รับความอนุเคราะห์จากนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการสุธีรัตนามูลนิธิ นครศรีธรรมราชให้ยืมลูกปัดมาจัดแสดง
พลเรือเอกฐนิธ กล่าวอีกว่า หลังจากเปิดตัวนิทรรศการดังกล่าวในวันที่ 19 ธันวาคม ได้รับการตอบรับจากประชาชนและสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องว่าในการจัดนิทรรศการมีการนำเสนอวัตถุของจริง เป็นลูกปัดที่หาดูได้ยาก อายุราว 2,000 พันปี มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างมาก ปกติแล้วทางสถาบันมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ในพื้นที่นิทรรศการ1 คน เจ้าหน้าที่ให้ความรู้ 3 คน รวมทั้งยังได้มีการปิดกล้องวงจรปิด รวมทั้งมีการลงทะเบียนชื่อผู้เข้าชมในห้องนิทรรศการด้วย ขณะที่เกิดเหตุมีผู้เข้าชมประมาณ 20 คน แต่ยังไม่สามารถหาลูกปัดที่หายไปได้ ถือเป็นจุดบอดที่ทำให้ลูกปัดหายไป
พลเรือเอกฐนิธ กล่าวด้วยว่า สถาบันฯได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการในการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น 1.ลงทะเบียนแลกบัตรเข้าชม โดยไม่อนุญาตให้ถือกระเป๋า สวมเสื้อแขนยาวเข้าไป 2.ดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ให้ความรู้เพิ่ม รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 8 คน เพื่อให้เกิดการดูแลที่ครอบคลุม 3.จัดระบบเตือนภัยที่มีมาตรฐานสูง โดยมีระบบเซ็นเซอร์เมื่อมีผู้เข้าใกล้กับโบราณวัตถุ พร้อมกับมีระบบสั่นสะเทือน 4.เพื่อระบบตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีก 3 เท่าเพื่อติดตามผู้เข้าชมให้ละเอียดมากขึ้น รวมทั้งมีการจัดระบบรักษาความปลอดภัยโดยมีสัญญาณ สามารถควบคุมสถานการณ์ทันทีที่มีผู้ขโมยของ นอกจากนี้ยังขอฝากไปทางสื่อมวลชนให้ผู้ที่นำลูกปัดสุริยเทพไปนำกลับมาคืนด่วน หรือผู้ที่พบเบาะแสสามารถนำมาคืนได้จะตั้งรางวัลมอบให้ 50,000 บาท สามารถแจ้งมายังพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติที่ โทร 0-2225-3030
“สถาบันฯขอยืนยันจะนำลูกปัดที่หายไปกลับคืนมาให้ได้ อย่างเต็มความสามารถ และได้มีการประสานไปยังกรมศุลกากร การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตทั่วโลก สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย และผู้แทนสถาบันประมูลศิลปวัตถุในประเทศไทย เพื่อแจ้งรูปพรรณสัญฐานของลูกปัดสุรเทพที่หายไป เพื่อป้องกันการนำลูกปัดออกนอกประเทศ” พลเรือเอกฐนิธ กล่าว
นายแพทย์บัญชากล่าวว่า ลูกปัดที่หายไปสันนิษฐานว่าเป็นลูกปัดแก้วโมเสก มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 ซม. พบที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ น่าจะมีประมาณ 50 เม็ด ลักษณะคล้ายแท่งแก้วโมเสก รูปใบหน้าคนเหมือนชนเผ่าอินเดียแดง และได้มีการสันนิษฐานว่าเป็นลูกปัดที่พบแห่งเดียวในโลก โดยลวดลายเป็นการใช้เทคนิคแบบโมเสกนำแก้วมาต่อให้เกิดเป็นภาพ ใช้แก้วสีขาวดำสลับเลียงกันเป็นรูปตาจมูกปากและคิ้ว และมีจุดโดยรอบ รัศมีสีขาวดำ
นอกจากนี้ ยังได้นำแท่งแก้วสีเขียวและแดง มาเขียนเป็นริ้วๆเป็นรัศมีอีกชั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ลูกปัดชิ้นนี้ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สำหรับประเทศไทยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 4-5 ที่พบได้ในภาคใต้ จ.กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร สุราษฏร์ธานี แสดงให้เห็นพื้นดังกล่าวอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าเครื่องประดับที่สำคัญของโลก ข้อมูลทั้งหมดมีความสำคัญมากที่จะบอกว่าประเทศไทยอยู่ในวงจรการค้า การผลิต การอุตสาหกรรมเครื่องประดับ อัญมณีเมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว
ทั้งนี้ ทางสถาบันการเรียนรู้แห่งชาติ จะจัดสัมมนาให้ความรู้เรื่อง ลูกปัด ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่สถาบันการเรียนรู้แห่งชาติ พร้อมกับนำลูกปัดของจริงมาจัดแสดงให้ชม โดยมีนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เป็นประธาน



