ข่าว

เตรียมถกเพิ่มเงินทุนบริษัทร่วมทุนยาง 3 ชาติ

เตรียมถกเพิ่มเงินทุนบริษัทร่วมทุนยาง 3 ชาติ

17 ม.ค. 2553

บริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศมีมติเพิ่มงบลงทุน เผยมี 2 ทางเลือก เรียกเก็บเงินจาก 3 ประเทศเพิ่มรายละ 225 ล้านบาท หรือเพิ่ม 1,000 ล้านบาท รองรับการดำเนินงานในอนาคต หลังกองทุนมีเงินเหลือแค่ 110 ล้านบาท คาดใช้ต่อเนื่องได้ 4 ปี พร้อมมีมติเข้าจดทะเบียนเป็นสมาช

 นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบที่บริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศจะเข้าจดทะเบียนเป็นสมาชิกในตลาดซื้อขายยางล่วงหน้ายางพารา เพื่อแทรกแซงราคา ซื้อขายสินค้าในตลาดล่วงหน้า ลดความผันผวนของราคา หากตลาดมีการบิดเบือน โดยในเบื้องต้นตามแผนงานดังกล่าว บริษัทร่วมทุนต้องมีเงินสำรองระยะแรก 10.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเก็บจาก 3 ประเทศสมาชิก ดังนี้ คือ ประเทศไทย 4.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศอินโดนีเซีย 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประเทศมาเลเซีย 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 บริษัทยางระหว่างประเทศดังกล่าวได้จัดตั้งเมื่อปี 2545 โดยทั้ง 3 ประเทศได้ชำระงบลงทุนไปแล้ว 179.82 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทได้ใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 69.35 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลืออีกประมาณ 110 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถใช้ได้ต่อเนื่องอีก 4 ปี ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและการบริหารจัดการยางพารา คณะกรรมการบริหารบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ จึงเห็นชอบให้ 3 ประเทศสมาชิกเพิ่มงบลงทุนอีก

 ทั้งนี้ ในการเพิ่มงบลงทุน 2 แนวทางเลือก ที่สมาชิกจะต้องพิจารณาร่วมกันคือ 1.เพิ่มทุนจำนวน 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 225 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวจะสามารถใช้ได้ถึงปี 2567 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า และ 2.เพิ่มทุนจำนวน 33.333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวจะสามารถใช้ได้ถึงปี 2591 หรืออีก 38 ปีข้างหน้า

 นายอภิชาตกล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา พ.ศ.2552-2557 โดยในร่างดังกล่าวมีเป้าหมายหลักที่จะพัฒนาตลาดยางในประเทศและต่างประเทศ สร้างกลไกการตลาด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เร่งด่วนในการกำหนดปัจจัยชี้นำราคายางเช่น ราคาน้ำมัน การลงทุนขนาดใหญ่ ภัยธรรมชาติการประกาศตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นต้น