ข่าว

โรงไฟฟ้านิ้วเขี่ย

โรงไฟฟ้านิ้วเขี่ย

19 ม.ค. 2553

หัวใจของภาคอุตสาหกรรมคือพลังงาน ที่จะมาขับเคลื่อนเครื่องจักรกลสำหรับการผลิต ในอดีตเครื่องจักรขนาดใหญ่ในโรงงานจะเป็นระบบเครื่องจักรไอน้ำ ที่ผลิตและพัฒนาขึ้นมาโดย เจมส์ วัตต์ จนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมขนานใหญ่ จากนั้นก็พัฒนาหลากหลายขึ้น มีการนำ

 เครื่องจักรไอน้ำค่อยๆ กลายเป็นเรื่องล้าสมัย และสร้างมลภาวะให้แก่โลกมากขึ้น ขีดความสามารถในการทำงานก็ต่ำลง เมื่อเทียบกับเครื่องจักรสมัยใหม่ที่มาทีหลัง ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ บรรดาโรงสีไฟทั้งหลาย ที่เติบโตมากับเครื่องจักรไอน้ำที่ใช้แกลบอันเป็นผลพลอยได้จากการสีข้าวมาเป็นต้นกำเนิดพลังงาน  

 หลังจากนั้นโรงสีทั้งหลายก็เริ่มปรับปรุง หันมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นต้นกำเนิด และกลายมาเป็นใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานในการขับเครื่องจักรเป็นส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ เช่นเดียวกันกับโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่หันมาใช้ไฟฟ้ากันมากขึ้น จนทำให้พลังงานไฟฟ้าของหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่ล่อแหลมต่อการขาดแคลน

 ความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนทั้งประเทศมีมากขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่การก่อสร้างต้นกำเนิดของพลังงานไฟฟ้ากลับขลุกขลักถูกขัดขวางไปเกือบทุกด้าน จะสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำจากเขื่อน ก็ถูกต่อต้านจากคนที่ต้องการรักษาป่าไม้และลำธารต้นน้ำ จะหันไปสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นต้นกำเนิด ก็ถูกต่อต้านโดยยกผลพวงจากโรงฟ้าที่แม่เมาะ จ.ลำปาง ในอดีตขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์ ครั้นจะหนีไปผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ก็มีคนจำนวนมากที่ออกมาถามถึงกรณีของโรงไฟฟ้าที่เชอร์โนบิลเมื่อหลายสิบปีก่อน

 ความวัวจากกรณีของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดยังไม่หาย ความควายเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมก็ทำท่าจะเข้ามาแทรก ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าได้ศึกษาหาข้อมูลเรียบร้อยแล้วว่าจุดที่เหมาะสมสำหรับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย คือพื้นที่เขตลุ่มน้ำปากคลองมะขามเฒ่า 

 มีข่าวเล็ดลอดออกมาอย่างจ้าละหวั่นไปหมด ทั้งที่ยังไม่ได้มีการลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจให้ความรู้กับคนในชุมชนที่เกี่ยวข้องว่า หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นมาจริง เขาเหล่านั้นจะได้รับอะไรตอบแทนจากการที่ต้องเสียสละ เพื่อให้คนทั้งประเทศมีพลังงานไฟฟ้าไปใช้ และเขาจะต้องเสียอะไรไปบ้างกับการก่อสร้างนั้นๆ

 ล่าสุดในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคนในพื้นที่หลายต่อหลายคน เสียงที่ได้รับกลับมาบางส่วนก็คือ “เออ...ได้ยินเขาว่ามาเหมือนกันว่ะไอ้ทิด” หรือ “เออ...เขาก็พูดๆ กันอยู่ แต่ไอ้จวง ลูกลุงมีที่ไปอยู่กรุงเทพฯ มันบอกว่า ไอ้โรงไฟฟ้านิ้วเขี่ยน่ะ ถ้ามันรั่วขึ้นมาละก็ตายกันหมดบางเลยเชียวนะ แถมปล่อยน้ำลงตรงไหนปลาตายหมดเพราะน้ำมันร้อน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงข้าว่าพวกบ้านเราคงไม่ยอมให้สร้างแน่ว่ะ” ฯลฯ

 ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยยามนี้ จึงไม่สามารถหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ไหนได้ เพราะคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบทำตัวลอยตัวเหนือปัญหา พอถึงเวลาจะสร้างขึ้นมาจริงๆ ก็ให้นึกถึงกรณีโรงไฟฟ้าที่บางคล้าเอาไว้บ้างก็แล้วกัน ที่สำคัญโรงไฟฟ้านิ้วเขี่ยที่ชาวบ้านเขาเรียกนั้นน่ะ กระแสต่อต้านมันจะรุนแรง และบานปลายมากกว่าที่นั่งคิดกันบนหอคอยงาช้าง โรงงานอุตสาหกรรมจะร้างเอาง่ายๆ ด้วยปัญหาพลังงานไฟฟ้านี่เองครับ

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ