ข่าว

ปฏิบัติการจับ.."ยาไอซ์ปลอม"หลุมพรางนักค้าหรือหักเหลี่ยมธุรกิจ

ปฏิบัติการจับ.."ยาไอซ์ปลอม"หลุมพรางนักค้าหรือหักเหลี่ยมธุรกิจ

18 ม.ค. 2553

กลายเป็นบทเรียนให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันปราบปรามยาเสพติดพึงตระหนัก และเพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้น เมื่อยาไอซ์ 5.4 กิโลกรัม ที่ทหารกองทัพภาคที่ 3 ตรวจยึดได้ สุดท้ายกลายเป็นของปลอม !?!

 ตีหนึ่งครึ่ง วันที่ 6 มกราคม 2553 ทหารพรานชุดปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ส่วนแยก 1 จ.เชียงใหม่ สามารถสกัดจับผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นอดีตทหารพรานกรม 36 อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และชาวบ้านอีก 2 คน พร้อมยาไอซ์ 5.4 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 27 ล้านบาท ขณะขับรถกระบะ 2 คัน มาจากชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.เชียงราย แล้วถูกสกัดจับได้บนถนนเลี่ยงเมือง ท่าตอน-ฝาง-ดอยวาวี ก่อนจะนำตัวทั้งสามและของกลางมาแถลงผลงานใหญ่โตที่กองกำลังผาเมืองช่วงสายวันเดียวกัน

 แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อผลตรวจยาเสพติดออกมายืนยันว่า ยาไอซ์ที่ยึดได้นั้นเป็นของปลอม !!?

 พ.ต.ท.วสันต์ ขุนคำ พนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ บอกว่า หลังชุดจับกุมส่งมอบของกลางและผู้ต้องสงสัยมาให้ดำเนินคดี มีการรวบรวมพยานหลักฐานและส่งยาไอซ์ไปตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ เพื่อประกอบสำนวนการส่งฟ้อง แต่ผลตรวจออกมาว่าเป็นของปลอม เพราะไม่มีเมตแอมเฟตามีนประกอบอยู่เลย ผลตรวจที่ออกมาส่งผลให้อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องสงสัยทั้งหมด

 ด้าน พรเทพ เอี่ยมประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (ป.ป.ส.) เล่าว่า วันจับกุมมีการตรวจสอบยาไอซ์ที่ตรวจยึดมาเบื้องต้น โดยใช้ชุดตรวจทดสอบพื้นฐาน พบว่าออกฤทธิ์ช้ามาก น่าจะมีเมตแอมเฟตามีนคลอไรด์เจือจาง แต่รูปลักษณ์ภายนอกมีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวคล้ายกับยาไอซ์จริง เมื่อจับดูก็พบว่ามีความชื้นเหมือนไอซ์บริสุทธิ์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวยาไปตรวจพิสูจน์ เพื่อยืนยันผลให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเป็นสารเสพติดประเภทใด

 "ตอนนั้นเราไม่คิดว่าจะเป็นการทำปลอม เพราะจากการสอบสวนในแง่พฤติกรรมผู้ต้องสงสัยทำให้มั่นใจว่า เกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดแน่นอน และให้การรับสารภาพว่าติดต่อซื้อขายยาเสพติดจริง จึงน่าจะเป็นการตบตากันเองในหมู่โบรกเกอร์หรือนักค้าชายแดน ก่อนจะส่งขายเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ไม่น่าจะเป็นเจตนาของผู้ผลิต หรือผิดพลาดระหว่างจับกุม ส่วนข้อกังขาที่ว่ามีการนำของปลอมมาสับเปลี่ยนของจริงนั้น เชื่อว่าไม่มีเหตุการณ์ทำนองนั้นอย่างแน่นอน" พรเทพ กล่าว

 ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีใครรู้ดีไปกว่าทหารชุดจับกุม ที่อยู่ในเหตุการณ์ มองเห็นพฤติกรรมอันชวนสงสัย ทั้งพยายามแหกด่าน โยนของทิ้งข้างทาง เหมือนวัวสันหลังหวะ ชนิดคนบริสุทธิ์ทั่วไปไม่ทำกัน นำมาสู่ปฏิบัติการจับกุมในเวลาต่อมา...

 หนึ่งในทหารชุดจับกุมเล่าว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลาดึกสงัด และผู้ต้องสงสัยก็มีพฤติกรรมชวนสงสัย มีความพยายามหลบหนีการจับกุม โดยก่อนหน้านี้ศูนย์อำนวยการประสานงานและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.ปชน.) ได้ประสานให้ทหารพรานมาตั้งด่านตรวจค้น เพราะเชื่อว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดหลังปีใหม่ โดยในช่วงเกิดเหตุด่านสกัดด่านแรกสังเกตเห็นรถยนต์ 2 คัน ขับตามกันมาด้วยความเร็วสูง จึงวิทยุให้เจ้าหน้าที่อีกด่านถัดออกไปเรียกตรวจค้น และคนขับรถคันหลังพยายามหักรถกลับทางเดิม คล้ายกับพยายามหลบหนี มีการโยนของออกนอกรถ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงยางสกัดจับได้ทั้ง 2 คัน

 ประกอบกับการสอบปากคำผู้ต้องสงสัย 2 ใน 3 คนให้การรับสารภาพว่าขนยาเสพติดจริง โดยรับจ้างขนยาไอซ์ไปส่งให้ชาวจีนฮ่อที่บ้านหนองอุก-อรุโณทัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แล้วจะมีชาวมาเลเซียมารับต่อไปอีกทอด

 "ขอยืนยันว่า ผู้ปฏิบัติงานไม่มีการสร้างภาพ จัดฉากนำยาไอซ์มาแถลงอย่างแน่อน เพราะทุกคนทำงานหนัก ทุ่มเทเสียสละเต็มที่ สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการหลอกกันเอง หรือหักหลังกันระหว่างกลุ่มผู้ค้า คนซื้อคือคนที่ถูกหลอก แต่อีกนัยหนึ่งก็คือ กลุ่มผู้ค้าต้องการทดสอบประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ด้วยว่า หลังปีใหม่แล้วปล่อยปละละเลย หย่อนยานในการกวดขันจับกุมหรือไม่ อีกกระแสเชื่อว่าน่าจะต้องการดิสเครดิตชุดปฏิบัติงาน โดยฝีมือนักการเมืองหรือผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ที่พัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด เพราะไม่พอใจที่ปฏิบัติการจับกุมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จนเป็นเหตุให้ขบวนการค้ายาเสพติดทำงานได้ยากยิ่งขึ้น" หนึ่งในชุดปฏิบัติการให้ความเห็น

 ขวัญดาว จิตรพนา