
"เร่งแตกหัก" เดือนแห่งความรัก!
ปฏิทินการเมืองในระยะนี้กำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดแตกหัก รอรับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดียึดทรัพย์ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี วงเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท
เกมการเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ" กลุ่มคนเสื้อแดง และลิ่วล้อ นับจากนี้จึงเป็นการต่อรองเพื่อให้ได้สมบัติกลับคืนมาให้ได้อย่างน้อย 1 ใน 3 และเป้าหมายสูงสุดเพื่อกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีกครั้ง
การเคลื่อนทัพครั้งนี้ จึงย่อมส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงและทางอ้อม
ยิ่งในช่วงที่รัฐบาลเพิ่งเขย่าขวดด้วยการปรับ ครม. “อภิสิทธิ์ 4” ที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เตรียมนำ 5 รัฐมนตรีใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 18 มกราคมนี้ ที่ โรงพยาบาลศิริราช
ประกอบด้วย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สุชาติ โชคชัยวัฒนากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ พรรณสิริ กุลนาถศิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเก้าอี้ดนตรีและสมบัติผลัดกันชม โดยเฉพาะในโควตาของพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นคนใกล้ชิดของ เนวิน ชิดชอบ กับ สมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้มีบารมีนอกรัฐสภา
จึงเป็นการฉายภาพให้เห็นว่า รัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้แตกต่างจากรัฐบาลใน "ระบอบทักษิณ" ที่มีภาพของ ครม.ญาติพี่น้อง-คนใกล้ชิด มากกว่าการคำนึงบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ
แม้ว่าภาพการปรับ ครม.ครั้งนี้ จะทำให้ภาวะความเป็นผู้นำของ "อภิสิทธิ์" เด่นขึ้นจากการบังคับใช้กฎเหล็ก 9 ข้อ จนสร้างพลังทางสังคมบีบพรรคร่วมอีกทาง แต่สุดท้ายแล้วเชื่อว่า การบริหารราชการคงไม่แตกต่างจากเดิม เพราะกลุ่มคนที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีล้วนเป็นสายใกล้ชิดแกนนำ และพรรคการเมืองเดิมๆ
ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังเสียแนวร่วม หลังจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไฟเขียวให้ ก.ตร.มีมติกลับมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ที่ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น. ในคดีสลายม็อบพันธมิตร และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ในคดีผู้ชุมนุมสองกลุ่มปะทะกันที่ จ.อุดรธานี เพื่อให้กลับเข้ารับราชการ
จนทำให้เกิดการงัดข้อระหว่างแวดวงสีกากี ที่มี สุเทพ ถือหาง กับ อภิสิทธิ์ หลังจากหนุ่มมาร์คออกมาย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ก.ตร.ไม่สามารถกลับมติของ ป.ป.ช.ได้ เพราะตามกฎหมายมีช่องทางอุทธรณ์ได้ที่ศาลปกครอง
จึงทำให้ ป.ป.ช.เตรียมประชุมชุดใหญ่ในวันที่ 19 มกราคมนี้ เพราะในมาตรา 92 ได้กำหนดข้อยกเว้นให้หน่วยงานที่สามารถตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอุทธรณ์มติ ป.ป.ช.ได้เฉพาะศาล กับอัยการ เท่านั้น ข้าราชการพลเรือนอื่นไม่มีสิทธิ์กลับมติ ป.ป.ช.
แต่ ก.ตร.กลับมีมติเปลี่ยนมติของ ป.ป.ช.เสียเอง เลยมีปัญหาเกิดขึ้น จนทำให้เกิดการตีความเพื่อนำไปสู่ช่องทางของการยื่นตีความไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ปมปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบต่อรัฐบาลอย่างยิ่ง เพราะ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
หาก "สุเทพ" ยังพยายามดึงดันที่จะช่วยเหลืออดีตนายกฯ ตำรวจ เพียงเพื่อซื้อใจตำรวจในยามที่ข้าศึกประชิดตัว จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ ที่พรรคประชาธิปัตย์มักโจมตี "รัฐบาลทักษิณ" มาโดยตลอดว่าแทรกแซงและไม่เคารพองค์กรอิสระ แต่วันนี้คนในรัฐบาลกลับทำเสียเอง
เพราะอย่าลืมว่า ยามนี้ "ทักษิณ" เร่งเกมโหมโรงปลุกมวลชนผ่านคนเสื้อแดงออกมาปกป้องขุมทรัพย์ทั้งหมด และพร้อมเคลื่อนทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
เริ่มตั้งแต่ 19 มกราคม กลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ข้อหาการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ในการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "นักโทษชายทักษิณ"
20 มกราคม กลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าการยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ที่สำนักราชเลขาธิการ
ต่อด้วยการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคมนี้ ที่เตรียมเคลื่อนทัพไปชุมนุมที่สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อกระทบชิ่งกลุ่มทุนอำมาตย์
โดยเคลื่อนไหวต่อเนื่องกับการโหมวิดีโอลิงก์ โฟนอิน ปลุกระดมมวลชน ของ "นักโทษชายทักษิณ" เพื่อหาแนวร่วมก่อนถึงวันเผด็จศึก แบบ 10 วัน 10 คืน ซึ่งจะเริ่มเคลื่อนไหวใหญ่ตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
ประกอบกับในช่วงที่พรรคเพื่อไทย นำโดย เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.เพื่อไทย ประกาศตัวเป็นแม่ทัพ ชำแหละรัฐบาลกลางสภา
พยายามเร่งยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ทันหลังเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 21 มกราคมนี้ เพื่อจะได้ซักฟอกในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะมีการพิพากษายึดทรัพย์ "นักโทษชายทักษิณ"
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้ "อภิสิทธิ์" เข้าพบ "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่บ้านสี่เสาฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่งสัญญาณอันแนบแน่นกับกองทัพ เตรียมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เพื่อให้ผ่านเดือนแห่งความรักไปให้ได้ !!!
บัญชา แข็งขัน



