
จากความฝันอันสูงสุดถึงวีรบุรุษเขื่อนบางลาง(1)
นับเป็นเกียรติยศของตัวเองอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้รับการติดต่อจาก คุณตวงพร อัศววิไล เมื่อต้นปีใหม่ขอให้เขียนคำนำให้แก่หนังสือเล่มใหม่ของเธอเกี่ยวกับเรื่องราวในดินแดนปลายด้ามขวานที่กำลังลุกเป็นไฟซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการจัดพิมพ์ ผมรับปากด้วยความยินดี จากนั้นอีก
ตัดเรื่องอื่นที่ไม่เร่งด่วนออกจนหมดสิ้นแล้วใช้เวลาหลายชั่วโมงกับต้นฉบับในมือ และนี่คือบางส่วนที่ขออนุญาตคัดลอกมาเสนอในยามที่แม้ไฟกำลังลุกไหม้อยู่ที่ปลายด้ามขวาน แต่ผู้คนในขวานทองดูจะไม่ใส่ใจ กลับตั้งหน้าตั้งตาสร้างความแตกแยกมุ่งเอาเป็นเอาตายดังที่เห็นกันอยู่
คุณตวงพรเริ่มคำนำย้อนความที่มาที่ไปของหนังสือเล่มใหม่นี้ว่า...
“จากความฝันอันสูงสุดถึงวีรบุรุษเขื่อนบางลาง อาจถือว่าเป็นภาคต่อของหนังสือความฝันอันสูงสุด ผู้กองแคน ร.ต.อ.ธรนิศ ศรีสุข ที่ฉายภาพให้เห็นเส้นทางชีวิตที่หล่อหลอมให้ลูกผู้ชายหนึ่งมีอุดมการณ์แน่วแน่ ยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
กว่า 2 ปีหลังการจากไปของ ร.ต.อ.ธรณิศ ดูเหมือนจะเป็นการจากไปแต่เพียงร่างกายและลมหายใจ แต่ปณิธานและอุดมการณ์อันแน่วแน่ยังคงดำรงอยู่ ความตายของผู้กองแคนไม่เพียงแต่ปลุกจิตสำนึกเรื่องความรักชาติและหวงแหนแผ่นดินเกิด ยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่สำคัญได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่เขาสละชีวิตปกป้อง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้กองแคนอาจกำลังบอกเราว่า ชีวิตหลังความตายนั้นมีอยู่จริง เป็นชีวิตที่ก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดของกาลเวลา เป็นชีวิตที่ดำรงอยู่ในมิติของคุณงามความดีที่กระทำไว้ในยามที่ยังมีลมหายใจ”
ในสภาพสังคมปัจจุบันที่หล่อหลอมให้ผู้คนคิดถึง “กำไรสูงสุด” แต่เรายังเห็นคนอีกจำนวนหนึ่งที่มิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งคุณตวงพรตั้งคำถามและสรุปคำตอบได้อย่างชัดเจนว่า...
“อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คนที่มีภูมิหลังชีวิตแตกต่างกัน สมัครใจลงไปปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจเพราะทุกคนล้วนมีความฝันเดียวกัน...ความฝันอันสูงสุดที่ต้องการเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย”
ในความเป็นจริงยังมีคนเป็นร้อยเป็นพันที่เสียชีวิตไปในกองไฟที่ปลายด้ามขวาน แต่ทำไมเธอจึงเลือกเขียนเรื่องผู้กองแคน ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข
“ทำไม...ถึงเขียนเรื่องผู้กองแคน ทำไม...ไม่เขียนเรื่องคนอื่นบ้าง...ทำไม เสียชีวิตไม่เห็นเป็นข่าว ทำไมสื่อเสนอข่าว...เยอะจัง”
คำถามปลายเปิดที่ขึ้นต้นด้วย “ทำไม”...ทำไม และทำไป เป็นคำถามที่ฉันมักจะถูกถามเสมอ หลายครั้งคนตอบก็รู้สึกลำบากใจ เพราะการจะหาคำตอบให้เป็นที่พึงพอในของทุกฝ่ายไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะในยามที่มีภาวะของอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยสัญชาตญาณนักข่าว ฉันค่อนข้างมั่นใจว่า เรื่องของผู้กองแคน “ขายได้” แต่การขายนั้นฉันไม่ขายในเชิงพาณิชย์ เพราะได้มองรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้กองทุน ร.ต.อ.ธรนิศ ศรีสุข เพื่อช่วยเหลือตำรวจตระเวนชายแดน
บอกตามตรงไม่คาดคิดว่า หนังสือความฝันอันสูงสุด ผู้กองแคน ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข จะได้รับการตอบรับจากผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง มียอดพิมพ์ 15 ครั้งในปี 2551 ผลที่ตามมาคือกระแสของผู้กองแคนทำให้ตำรวจ ทหาร ที่ลงไปทำงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับความสนใจมากขึ้น”
เคยผ่านประสบการณ์สงครามและความสูญเสียของเพื่อนทหารตำรวจมาแล้ว ศพแรกๆ ก็จะได้รับความสนใจจากสังคม แต่เมื่อศพแล้วศพเล่าผ่านไปเป็นสิบเป็นร้อย สังคมก็เริ่มชาชิน กระทั่งเห็นเป็นเรื่องปกติ เหมือนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย
ความตายของผู้กล้าเพื่อปกป้องแผ่นดินย่อมมิใช่เรื่องปกติ แต่ทุกคนในชาติต้องใส่ใจ อย่างน้อยที่สุดก็แสดงออกถึงสำนึกในบุญคุณ และเหนือไปกว่านั้นคือ การให้คุณค่าของความเสียสละของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยู่เร่งรีบแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลุล่วงโดยเร็ว
เพื่อมิให้เป็นความตายที่สูญเปล่า
พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์



