
บัวแก้วเล็งถกด่วนช่วยเหลือเฮติเพิ่มอังคารนี้
บัวแก้วเตรียมถกด่วนให้ความช่วยเหลือเฮติวันอังคารนี้ ระบุไทยพร้อมส่งแพทย์-ทหารเข้าช่วย ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวตามด้วยสึนามินอกชายฝั่งอินโดนีเซีย
(17ม.ค.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 19 ม.ค.นี้ กระทรวงการต่างประเทศจะมีการประชุมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเฮติ จากสถานการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 2 ศตวรรษ โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน โดยเป็นการประชุมในส่วนของคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนของกองทัพ และหน่วยงานราชการ ร่วมเป็นคณะกรรมการ ทั้งนี้จะรอฟังทางสหประชาชาติในการประมวลความเสียหาย ดูว่าทางเฮติต้องการให้การช่วยเหลืออะไรบ้าง ซึ่งจะดูในส่วนของที่จำเป็น ดูความเหมาะสมที่ทางเฮติต้องการ โดยทางผู้แทนถาวรสหประชาชาติจะทำการประสานอยู่แล้ว
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า หากต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือก็อาจต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ในส่วนของบุคลากรทางด้านแพทย์ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการจัดบุคลากรเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ร่วมถึงเครื่องมือทางการแพทย์ ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นประเทศเฮติหากมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทางหารเข้าไปช่วยเหลือทางไทยก็พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน
เตือนจะเกิดแผ่นดินไหว-สึนามินอกชายฝั่งอินโดนีเซีย
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ได้เตือนว่า คลื่นยักษ์ที่ก่อตัวภายหลังการเกิดแผ่นดินไหวและมีความรุนแรงพอที่จะคร่าชีวิตประชาชนได้เป็นจำนวนมาก เหมือนสึนามิที่เคยเกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2547 อาจจะเกิดขึ้นอีกที่นอกเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย และเมืองปาดัง ที่อยู่ในแนวเดียวกัน
ทีมผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้การนำของนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง จอห์น แม็คคลอสกี้ อาจารย์ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยอัลสเตอร์ ในไอร์แลนด์เหนือที่เคยทำนายเรื่องการเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิที่สุมาตรา เมื่อปี 2548 ได้อย่างแม่นยำ ได้เตือนอีกครั้งในจดหมายที่ส่งไปที่วารสารเนเจอร์ จีโอไซเอินซ์ ที่ระบุว่า อันตรายจากคลื่นยักษ์มาจากการปลดปล่อยพลังงาน หรือคลายแรงเครียดอย่างไม่หยุดหย่อนมาตลอด 2 ศตวรรษ ในบริเวณร่องแนวมุดตัวซุนด้า (Sunda Trench) ที่ได้ชื่อว่า เป็นแนวที่เกิดแผ่นดินไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อยู่ในแนวขนานกับชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตรา
ในจดหมาย ระบุว่า ภัยพิบัติอันใหญ่จากการเกิดคลื่นยักษ์ที่ตามมาหลังเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากกว่า 8.5 ริคเตอร์ ที่เมนตาวาอี สามารถทำให้คนล้มตายได้มากว่าการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2547 แต่ไม่ได้ระบุกรอบของเวลาที่จะเกิดเหตุร้ายนี้ เพียงแต่เตือนว่าให้ระวังอันตรายที่ปาดัง ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ 850,000 คน
ทั้งนี้ การเกิดสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2547 ได้ตามมาหลังการเกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 9.3 ริคเตอร์ ในบริเวณทางเหนือของร่องแนวมุดตัวซุนด้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 220,000 คน ซึ่งร่องแนวมุดตัวซุนด้านี้ ทอดยาวจากบังคลาเทศ พม่า หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ เกาะสุมาตรา เกาะชวา ไปจนตลอดแนวของหมู่เกาะของอินโดนีเซีย แล้ววกกลับไปที่ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น หมู่เกาะอลูเซียนของอลาสก้า จนถึงชายฝั่งของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ซึ่งแนวร่องมุดตัวนี้เอง ที่ถูกเรียกขานว่าเป็น "วงแหวนแห่งไฟ "



