ข่าว

"สุจิต ”พร้อมนั่งประธานกรรมการปฏิรูปการเมือง

"สุจิต ”พร้อมนั่งประธานกรรมการปฏิรูปการเมือง

09 มี.ค. 2552

"สุจิต ” พร้อมนั่งประธานกรรมการปฏิรูปการเมือง ยันต้องอิสระ - ไม่อยู่ใต้อานัตินักการเมือง ชี้ปัญหาชาติไม่ได้แก้วันเดียวจบ ต้องมีจุดเริ่มต้น กลุ่ม40ส.ว.หนุนสถาบันพระปกเกล้าฯนำ พล.ต.อ.ประชาก็หนุนแก้ปัญหาแบ่งสีแบ่งขั้วการเมืองได้

(9มี.ค.) นายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่สภาสถาบันพระปกเกล้ามีมติแต่งตั้งเสนอให้เป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษาพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครองฯว่า ต้องยอมรับความจริงว่าบ้านเมืองมีปัญหา ถ้าทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อยได้ก็ควรที่จะทำ ความจริงอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาทำ แต่อาจไม่สะดวก เมื่อมีคนมาพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการและเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ ก็จะทำให้ดีที่สุด

ยืนยันว่าการทำงานครั้งนี้ต้องอิสระ จะมีการเสนอแนะแก้ไขการเมืองให้มีประสิทธิภาพ นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ส่วนหลักการก็จะรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทุกฝ่าย เพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกรอบการพิจารณาต้องเป็นไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อถามว่าหากกลุ่มคนเสื้อแดงและฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยจะทำอย่างไร นายสุจิตกล่าวว่า เข้าใจว่าจะไม่ยอมรับกันง่ายๆแต่สถาบันพระปกเกล้าไม่ได้สังกัดการเมือง ถ้าไม่เอาสถาบันพระปกเกล้าก็มองไม่ออกว่าจะเอาหน่วยงานไหน การเสนอชื่อตน ก็เชื่อว่ามีคนบางคนไม่เห็นด้วย แต่คิดว่าการทำงานน่าจะดูที่เนื้อหา คงไม่เอาตัวบุคคลอย่างเดียว ตนมีคนรู้จักก็ยอมรับว่ามีคุ้นเคยและมีคนรู้จักเยอะแยะ แต่ความคิดเห็นทางการเมืองตนก็มีความชัดเจนตั้งแต่ต้น สิ่งที่ทำ มันอาจจะไม่เข้าทางบางคน แต่ตนก็ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ
 เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่   หากจะมีคนมองว่าเป็นตุลาการเสียงข้างน้อยในการพิจารณาการซุกหุ้นของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนายสุจิต กล่าวว่าการวินิจฉัยคดีพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการวินิจฉัยบนข้อเท็จจริงไม่ได้อยู่ในอานัติของใคร ทุกอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีจิตใจเล่นงานใคร ประเด็นนี้ไม่น่าเป็นปัญหาหรือหยิบยกมาเป็นเรื่องที่มีปัญหา
 ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นอิสระในการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ว่าควรมีมากน้อยเพียงใด นายสุจิต กล่าวว่าต้องเป็นอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้การทำงานของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ไม่ทำอะไรภายใต้การชี้นำทางการเมือง
 เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ นายสุจิต กล่าวว่า ยอมรับว่าหนักใจ เพราะเป็นงานที่หลายคนฝากความหวังไว้ เพราะต้องหาข้อยุติความขัดแย้ง จะพยายามทำให้ดีที่สุด พยายามทำอย่างเต็มที่ และคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะช่วยบ้านเมือง
 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวหรือไม่ว่าสุดท้ายแล้วการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะล้มเหลว นายสุจิต กล่าวว่า ปัจจัยทางการเมืองซับซ้อนหลายอย่าง แต่จะไปคิดไม่ได้เรื่องมันไม่ดี ผลสำเร็จเป็นอย่างไรยังไม่อยากคิด การแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่ครั้งเดียวจบ แต่ต้องกระตุ้นแก้ไขเรื่อยๆ งานการเมืองไม่ใช่ยารักษาโรคทานวันนี้แล้วหาย ตนว่ามันต้องมีจุดเริ่มต้น เรื่องของการเมืองไม่สามารถแก้ไขได้ในวันพรุ่งนี้
กลุ่ม40ส.ว.หนุนสถาบันพระปกเกล้าฯนำ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวถึงกรณีสถาบันพระปกเกล้ารับเป็นเจ้าภาพการปฏิรูปการเมืองว่า กลุ่ม 40 ส.ว. สนับสนุนแนวทางดังกล่าว เพราะสอดคล้องกับข้อเสนอของ 24 อธิการบดีมหาวิทยาลัย ก่อนหน้านี้ที่เสนอให้ศึกษาประเด็นปัญหาในสังคมการเมืองไทยก่อน ส่วนที่นักวิชาการบางส่วนไม่เห็นด้วยเพราะมองว่า บรรยากาศการเมืองขณะนี้ยังไม่เอื้อให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันเดินหน้าเรื่องนี้นั้น ตนมองว่า เมื่อปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่มองกันว่า ไม่เท่าเทียมกันระหว่างกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง

ตรงนี้ก็เป็น 1 ใน ปัญหา ฉะนั้นกรรมการก็ต้องมาศึกษาเรื่องนี้ด้วย
 “เมื่อมีปัญหาอยู่ก็เหมาะสมแล้วที่จะมาทำความเข้าใจกับองค์รวมทั้งหมด ว่า ปัญหาจริงๆคืออะไร ไม่เช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่า จะทำตอนไหน อย่างไรก็ดี ที่สถาบันพระปกเกล้าจะส่งให้รัฐบาลและฝ่ายค้านหารือว่าจะรับแนวทางนี้หรือไม่นั้น กลุ่ม 40 ส.ว. คิดว่า น่าจะส่งมาวุฒิสภาด้วย เพื่อฟังความเห็น เพราะส.ว.ก็มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ ส่วนตัวบุคคลที่เป็นประธาน กลุ่ม 40 ส.ว.ไม่มีปัญหา” นายไพบูลย์ กล่าว 
ประชา”หนุนปฏิรูปการเมือง แก้ปัญหาแบ่งสีแบ่งขั้ว

พล.ต.อ.ประชาก็หนุนแก้ปัญหาแบ่งสีแบ่งขั้วการเมืองได้

เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่สถาบันพระปกเกล้ารับเป็นเจ้าภาพดำเนินการปฏิรูปการเมือง ว่า การจะให้สถาบันใดศึกษาก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น ทุกคนต้องช่วยกัน ต้องยอมรับสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้เกิดวิกฤต มีการแบ่งสีแบ่งขั้ว ซึ่งเดิมมีแค่ 2 สี คือแดงกับเหลือง แต่ปัจจุบันนี้มีสีฟ้ามาด้วย ซึ่งการหาทางออกของบ้านเมืองก็ต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายทุกองค์กรที่จะมาหาทางออกให้บ้านเมืองร่วมกัน ทั้งนี้ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ตนไม่อยากให้บ้านเมืองเกิดวิกฤตไปมากกว่านี้ รัฐมนตรีลงพื้นที่ก็ลำบาก ตนอยากเห็นนายชาญชัย ตนอยากเห็นนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะรมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.สารคาม และขอนแก่นเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนบ้าง เพราะนายชาญชัยก็ถือเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่ง