
"อภิสิทธิ์"ยันก.ตร.สวนมติปปช.ไม่ได้
นายกฯเผย รมต.ใหม่เริ่มงาน 19 ม.ค.นี้ แจงรัฐบาลได้แก้ไขมาบตาพุดอย่างจริงจัง พร้อมได้ประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ยัน ก.ตร.สวนมติป.ป.ช.ไม่ได้ เพราะมีองค์กรอิสระค้านอยู่
(17ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" โดยเริ่มด้วยการรายงานเกี่ยวกับรัฐมนตรีชุดใหม่โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ 19 ม.ค. จากนั้นได้กล่าวถึงปัญหามาบตาพุดว่า วานนี้ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมเปิดศูนย์เวชศาสตร์ฯ ดูการตรวจสอบสุขภาพของประชาชนเป็นครั้งแรก ศูนย์นี้จะทำงานเชิงรุกจึงต้องให้ อสม.เข้าไปช่วยดูแล
ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ซึ่งจะเดินหน้าดำเนินมาตรที่เกี่ยวข้อง ส่วนการลงทุนได้ปรับปรุงระเบียบใหม่ จัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อนำข้อมูลทุกด้านมาพิจารณา ซึ่งหลายโครงการที่ถูกระงับก็เริ่มแก้ไข ทั้งยังมีศูนย์บริการข้อมูลนักลงทุน ขณะที่ตนเองจะไปพบกับนักลงทุนธุรกิจญี่ปุ่นเพื่อหารือกัน เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายในไม่ช้า ยืนยันว่าจะไม่กระทบสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน
ด้านหวยออนไลน์ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในการหารือกับกรรมาธิการบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ยืนยันว่าไม่ต้องการเงินจำนวนนี้แลกกับผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายผู้ลงทุนได้เข้ามาพบตนเอง แม้จะผิดหวังที่ไม่ดำเนินโครงการนี้แต่ก็พร้อมแก้ไขร่วมกัน บริษัทไม่ประสงค์ฟ้องร้องแต่จะมาเจรจากันว่าจะชดเชยอย่างไร ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน อาจปรับตู้ไปใช้กับวัตถุประสงค์อื่น ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งผู้บริหารตู้และคนเดินโพยที่ลงทะเบียน กำลังศึกษาหาทางช่วยเหลือ จะไม่ให้ภาษีของประชาชนต้องสูญเสีย
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกองทุนหมู่บ้านว่าได้เพิ่มทุนเป็นรอบที่สอง รวมแล้วกว่าร้อยละ 60 ที่ได้รับเงินเพิ่มแล้ว ที่เหลือร้อยละ 40 มีบางส่วนยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ส่วนที่จดแล้วแต่ยังขาดความพร้อมตามเงื่อนไขที่จะได้รับเพิ่มทุนนั้น จากนี้จะเพิ่มทุนทุกเดือน ด้วยทยอยตรวจสอบให้เข้าเงื่อนไขและจะเร่งรัดเพิ่มทุนให้ครบ จากนั้นจะมีการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งไม่ใช่การจับผิด แต่เพื่อให้เกิดผลสูงสุด สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตามเจตนารมย์ที่วางไว้
นายกรัฐมนตรียังยืนยันถึงอำนาจของ ก.ตร. กับ ป.ป.ช. ในปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงซึ่ง ก.ตร.มีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการ ทั้งๆที่ ป.ป.ช.สั่งลงโทษ ว่า หลังมีคำสั่งลงโทษ ผู้ที่ถูกลงโทษก็อุทธรณ์ และมีข่าวว่า ก.ตร.ไม่เห็นด้วยกับ ป.ป.ช. ตนเองในฐานะที่ร่างกฎหมาย ป.ป.ช. คนหนึ่งได้ตรวจสอบพบว่า มีการยกระดับ ป.ป.ช.ขึ้นจากเดิมที่เป็น ป.ป.ป. เพราะก่อนหน้านี้เหมือนเป็นเพียงคณะกรรมการตรวจสอบ ในกรณีนี้มีกฎหมายชัดเจนว่าไม่สามารถอุทธรณ์คำตัดสินของ ป.ป.ช..ได้ ยกเว้นไปฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ที่ต้องคานอำนาจแบบนี้เพื่อให้องค์กรอิสระมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถแก้ไขปัญหาทุจริต ฝ่ายบริหารต้องรู้จักขอบเขตอำนาจของตนเอง เพราะมีการคานอำนาจขององค์กรอิสระด้วยกันเองอยู่แล้ว
อภิสิทธิ์ยันก.ตร.มีคำสั่งสวนมติป.ป.ช.ไม่ได้
นายกฯเผย รมต.ใหม่เริ่มงาน 19 ม.ค.นี้ แจงรัฐบาลได้แก้ไขมาบตาพุดอย่างจริงจัง พร้อมได้ประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ยัน ก.ตร.สวนมติป.ป.ช.ไม่ได้ ปปช.ส่วนใหญ่เห็นควรนำกฎเหล็ก9ข้อของนายกฯใช้กับขรก.ประจำ-การเมือง
(17ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" โดยเริ่มด้วยการรายงานเกี่ยวกับรัฐมนตรีชุดใหม่โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ 19 ม.ค. จากนั้นได้กล่าวถึงปัญหามาบตาพุดว่า วานนี้ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมเปิดศูนย์เวชศาสตร์ฯ ดูการตรวจสอบสุขภาพของประชาชนเป็นครั้งแรก ศูนย์นี้จะทำงานเชิงรุกจึงต้องให้ อสม.เข้าไปช่วยดูแล
ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ซึ่งจะเดินหน้าดำเนินมาตรที่เกี่ยวข้อง ส่วนการลงทุนได้ปรับปรุงระเบียบใหม่ จัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อนำข้อมูลทุกด้านมาพิจารณา ซึ่งหลายโครงการที่ถูกระงับก็เริ่มแก้ไข ทั้งยังมีศูนย์บริการข้อมูลนักลงทุน ขณะที่ตนเองจะไปพบกับนักลงทุนธุรกิจญี่ปุ่นเพื่อหารือกัน เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายในไม่ช้า ยืนยันว่าจะไม่กระทบสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน
ด้านหวยออนไลน์ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในการหารือกับกรรมาธิการบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ยืนยันว่าไม่ต้องการเงินจำนวนนี้แลกกับผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายผู้ลงทุนได้เข้ามาพบตนเอง แม้จะผิดหวังที่ไม่ดำเนินโครงการนี้แต่ก็พร้อมแก้ไขร่วมกัน บริษัทไม่ประสงค์ฟ้องร้องแต่จะมาเจรจากันว่าจะชดเชยอย่างไร ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน อาจปรับตู้ไปใช้กับวัตถุประสงค์อื่น ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งผู้บริหารตู้และคนเดินโพยที่ลงทะเบียน กำลังศึกษาหาทางช่วยเหลือ จะไม่ให้ภาษีของประชาชนต้องสูญเสีย
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกองทุนหมู่บ้านว่าได้เพิ่มทุนเป็นรอบที่สอง รวมแล้วกว่าร้อยละ 60 ที่ได้รับเงินเพิ่มแล้ว ที่เหลือร้อยละ 40 มีบางส่วนยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ส่วนที่จดแล้วแต่ยังขาดความพร้อมตามเงื่อนไขที่จะได้รับเพิ่มทุนนั้น จากนี้จะเพิ่มทุนทุกเดือน ด้วยทยอยตรวจสอบให้เข้าเงื่อนไขและจะเร่งรัดเพิ่มทุนให้ครบ จากนั้นจะมีการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งไม่ใช่การจับผิด แต่เพื่อให้เกิดผลสูงสุด สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตามเจตนารมย์ที่วางไว้
นายกรัฐมนตรียังยืนยันถึงอำนาจของ ก.ตร. กับ ป.ป.ช. ในปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงซึ่ง ก.ตร.มีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการ ทั้งๆที่ ป.ป.ช.สั่งลงโทษ ว่า หลังมีคำสั่งลงโทษ ผู้ที่ถูกลงโทษก็อุทธรณ์ และมีข่าวว่า ก.ตร.ไม่เห็นด้วยกับ ป.ป.ช. ตนเองในฐานะที่ร่างกฎหมาย ป.ป.ช. คนหนึ่งได้ตรวจสอบพบว่า มีการยกระดับ ป.ป.ช.ขึ้นจากเดิมที่เป็น ป.ป.ป. เพราะก่อนหน้านี้เหมือนเป็นเพียงคณะกรรมการตรวจสอบ ในกรณีนี้มีกฎหมายชัดเจนว่าไม่สามารถอุทธรณ์คำตัดสินของ ป.ป.ช..ได้ ยกเว้นไปฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ที่ต้องคานอำนาจแบบนี้เพื่อให้องค์กรอิสระมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถแก้ไขปัญหาทุจริต ฝ่ายบริหารต้องรู้จักขอบเขตอำนาจของตนเอง เพราะมีการคานอำนาจขององค์กรอิสระด้วยกันเองอยู่แล้ว
ปชช.ส่วนใหญ่พึงพอใจการปรับครม.5ตำแหน่ง
สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชน กับการปรับ ครม. 5 ตำแหน่ง พบว่า ร้อยละ 49.37 ค่อนข้างพึงพอใจ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ ที่เหมาะสมได้เข้ามาบริหารงาน มีคุณสมบัติและประสบการณ์สูง ร้อยละ 68.01 เห็นว่า จะทำให้รัฐบาลทำงานได้เหมือนเดิม เพราะรัฐมนตรีใหม่มาจากพรรคเดียวกัน อาจมีแนวทางการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานไปในรูปแบบเดียวกัน ร้อยละ 69.12 เห็นว่าการปรับ ครม. ครั้งนี้ ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลเท่าเดิม เพราะยังเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี และนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชน ว่า จะทำให้สำเร็จได้
ทั้งนี้ ร้อยละ 38.92 อยากฝากให้ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ร้อยละ 43.74 เป็นกำลังให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติงานได้ด้วยดีเหมือนที่ทำไว้ที่กระทรวงศึกษา ร้อยละ 36.09 ฝากให้ นายชินวร บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าด้านการศึกษาที่เป็นนโยบายสำคัญๆ ต่อไป
ร้อยละ 35.47 อยากฝากให้ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ บริหารงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ร้อยละ 40.45 อยากให้ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารสุข ร่วมมือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันและแก้ปัญหาต่างๆให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และร้อยละ 60.97เชื่อว่า ประชาชนได้ประโยชน์จาการ ปรับ ครม.ครั้งนี้ คือ เรื่องความมั่นใจ สบายใจ ความมั่นคงของรัฐบาลมีส่วนสำคัญในการบริหารประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน
เสนอนำกฎเหล็ก9ข้อของนายกฯใช้กับขรก.ประจำ-การเมือง
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เอแบคเรียลไทม์โพลล์ เรื่อง กฎเหล็ก 9 ข้อ ของนายกรัฐมนตรีในทรรศนะของสาธารณชน กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัด จำนวน 1,637 ครัวเรือน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.8 เห็นด้วยมากที่สุดกับกฎเหล็กของนายกรัฐมนตรีในข้อที่ว่า ให้รัฐมนตรีทุกคนปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน พฤติกรรมใดๆ ซึ่งนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นขอให้ระวัง
เป็นพิเศษ รองลงมาคือ ข้อที่ว่า ให้ยึดถือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด และข้อที่ว่า ในรัฐบาลที่เชื่อมั่นวิถีทางประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 83.5 และ ร้อยละ 91.2 เห็นว่าควรนำกฎเหล็ก 9 ข้อของนายกรัฐมนตรีไปประยุกต์ใช้กับข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมือง ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.2 ยังคงให้โอกาสรัฐบาลมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ในการบริหารประเทศ



