ข่าว

วิชาเผยแก้กฎหมายป.ป.ช.มัด"ตัวเป้ง"ทุจริต

วิชาเผยแก้กฎหมายป.ป.ช.มัด"ตัวเป้ง"ทุจริต

17 ม.ค. 2553

ปัญหา "ทุจริตคอรัปชั่น" ที่เป็น "มะเร็งร้าย" เกาะกินประเทศนั้น หากขืนปล่อยไปเรื่อยๆ ประเทศชาติพังแน่ๆ

เรื่องโกงกินบ้านเมืองนี้เป็นหน้าที่ของ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะต้องดำเนินคดีต่อผู้ที่ทุจริตคอรัปชั่น แต่ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ประสบปัญหาอย่างมากต่อการหาหลักฐานมามัด "ตัวการใหญ่" ที่กระทำการทุจริต เพราะขาด "พยาน" ที่จะมาให้ข้อมูลการทุจริตต่อ ป.ป.ช. ด้วยเหตุนี้ ป.ป.ช.จึงมีการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ป.ป.ช. โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ การ "กัน" ผู้ที่ร่วมรู้เห็นกับการทุจริตไว้เป็น "พยาน" เพื่อมัด "ตัวเป้ง" ไม่ให้ดิ้นหลุด "ป.ป.ช.พบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด พร้อมที่จะมาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.แต่เขาก็เกรงกลัวว่าจะถูก ป.ป.ช.ดำเนินคดี ดังนั้นเพื่อที่จะได้รับความร่วมมือจากผู้ที่รู้เห็นและผู้ที่เกี่ยวข้อง เราก็ควรที่จะคุ้มครองเขาและกันเขาไว้เป็นพยาน แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่าจะทุกราย โดย ป.ป.ช.จะต้องดูด้วยว่าเขาให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.จริงหรือไม่ เขามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดแค่ไหนเพียงไร อย่างเช่นเป็นแค่ "ผู้สนับสนุน" เป็นผู้อยู่ห่างกับการกระทำความผิดแต่ต้องไม่ใช่ "ตัวการโดยตรง" ซึ่งระบบนี้เป็นระบบสากลที่ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาที่ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตของสหประชาชาติด้วย" วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เริ่มกล่าวถึงที่มาที่ไปที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ว่าด้วยการ "กัน" ผู้ที่ร่วมรู้เห็นต่อการกระทำผิดไว้เป็น "พยาน" "วิชา" ยังอธิบายต่อว่า สำหรับกรณี "ทุจริต" เนื่องจาก ป.ป.ช.ใช้ระบบไต่สวน กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง จึงทำได้ตั้งแต่เบื้องต้นเลยว่า เราควรกันใครไว้เป็นพยานบ้าง โดยไม่ต้องให้บุคคลนั้นอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอนว่า เขาจะตกเป็น "ผู้ถูกกล่าวหา" หรืออยู่ในสถานะเป็น "พยาน" กันแน่ "แต่ ป.ป.ช.ต้องไปออกระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนมารับรองอีกที ไม่ใช่ว่าจะกันทุกคนเป็นพยานได้หมด ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นตัวแก้ พ.ร.บ. ป.ป.ช.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และวุฒิสภาได้ผ่านวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากวุฒิสภามีการเพิ่มเติมร่าง จึงต้องส่งร่าง กฎหมายฉบับนี้ให้สภาผู้แทนฯ พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งสภาผู้แทนฯ ก็น่าจะยอมรับในส่วนที่วุฒิสภาเพิ่มเติมได้ เพราะที่วุฒิสภาเพิ่มเติมเข้าไปเป็นเรื่องการให้สิทธิแก่ผู้ถูกกล่าวหาให้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ต้องทำอยู่แล้วตามระบบกระบวนการยุติธรรม และหากสภาผู้แทนฯ เห็นชอบตามที่วุฒิฯ เพิ่มเติม ก็จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญดูอีกครั้งเนื่องจากเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็นำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยต่อไป" กรรมการ ป.ป.ช.ท่านนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. ป.ป.ช.ในครั้งนี้ จะทำให้ระบบการไต่สวนของ ป.ป.ช.มีประสิทธิภาพและเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะนอกจากเรื่องการกันบุคคลที่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดไว้เป็นพยานแล้ว ยังมีเรื่องของการคุ้มครองพยาน การจัดให้มีเงินสินบนและรางวัลตอบแทนแก่บุคคลอื่นที่มาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช. รวมทั้งให้ ป.ป.ช.สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน ให้ ป.ป.ช.เข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกับคณะกรรมการธุรกรรมทางการเงินของ ปปง. "การคุ้มครองพยานตามกฎหมายเดิม จะคุ้มครองเฉพาะพยานในคดีอาญาไม่เกี่ยวกับคดีทุจริต แต่ต่อไปนี้จะขยายถึงพยานในคดีทุจริตด้วย ดังนั้นถ้าคนที่มาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.ร้องว่าเขามาให้ถ้อยคำแล้วถูกคุกคาม ถูกรังแก ไม่มีความปลอดภัย ป.ป.ช.ก็ต้องให้ความคุ้มครองพยานโดยมีการเปลี่ยนชื่อ จัดหา "เซฟเฮ้าส์" ให้แก่พยาน หางานใหม่ให้ทำ รวมทั้งมีคนคอยดูแลติดตามด้วย" "ตบท้าย" กับปัญหาที่มีการเกรงกันว่า การออกฎหมาย "กัน" ผู้ที่รู้เห็นต่อการกระทำความผิดเป็น "พยาน" จะทำให้เกิด "ช่องโหว่" ให้ผู้กระทำผิดชิงกันรับสารภาพหรือให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.เพื่อจะได้เป็นพยาน จะได้ไม่ต้องถูกดำเนินคดี? ประเด็นนี้ "วิชา" ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่มีการเกรงกัน เพราะกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.โดยปกติก็ต้องมีผู้ถูกกล่าวหามาตั้งแต่แรก เช่น กล่าวหาว่ารัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงหรืออธิบดีกระทำมิชอบ ซึ่งคนเหล่านี้จะไม่ได้รับการกันเป็นพยานอยู่แล้ว แต่พวกที่จะกันเป็นพยานคือ ผู้ที่อยู่ห่างหรือสนับสนุนการกระทำความผิด เช่น บริษัทที่จ่ายสินบนหรือคนที่ถือเงินให้แก่รัฐมนตรีซึ่งรับเงินที่มีการจ่ายสินบนนำมาให้แก่รัฐมนตรี ดังนั้นถ้าได้คนถือเงินหรือบริษัทที่จ่ายสินบนมาเป็นพยาน ก็จะมีน้ำหนักมัดว่ารัฐมนตรีรับสินบน สรุปว่า หากกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่ คลอดออกมาเมื่อไหร่ พวกนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงที่ชอบกินบ้านกินเมือง คงหนาวแน่ๆ!!! ** โต๊ะข่าวการเมือง สำนักข่าวเนชั่น**