
เชลซีโหด7-2ผีแดงเร่ง3-0มันชินีแพ้นัดแรกหงส์แดงแค่เสมอ
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ระเบิดฟอร์มโหดไล่ถล่ม "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 7-2 ในศึกพรีเมียร์ชิพ นัดวันเสาร์ที่ 16 ม.ค. คาร์โล อันเชล็อตติ ชูฟอร์มดีที่สุดของฤดูกาล ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด มาเร่งครึ่งหลังเอาชนะ เบิร์นลีย์ 3-0 ยังเกาะแค่แต้มเดียว ด้าน "เ
ศึกพรีเมียร์ชิพ นัดวันเสาร์ที่ 16 มกราคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูง เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นส่ง นิโกลาส์ อเนลก้า ลงมาเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว และเพียงแค่ 8 นาทีแรกก็ได้ประตูออกนำจากการหลุดเดี่ยวไปยิงของ อเนลก้า เป็น 1-0 จากนั้น ฟลอรองต์ มาลูด้า ลากบอลจากกลางสนามไปยิงเป็น 2-0 นาทีที่ 18 และยังมาได้อีก 2 ประตูในครึ่งแรกจาก แอชลีย์ โคล นา ทีที่ 22 และ แฟรงค์ แลมพาร์ด นาทีที่ 34 จบครึ่งแรก เชลซี นำ 4-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 7 นาที สกอร์ขยับเป็น 5-0 โจ โคล เปิดบอลให้ มิชาเอล บัลลัค โขกเป็น 5-0 ก่อนที่ ซันเดอร์แลนด์ มาตีไข่แตกได้จาก เบาเดไวน์ เซนเด้น ไล่มาเป็น 1-5 แต่เจ้าถิ่นยังมาได้อีก 2 ประตูจาก อเนลก้า นาทีที่ 65 และ แลมพาร์ด นาทีที่ 90 นำห่างถึง 7-1 ขณะที่ทีมเยือนได้ประตูปลอบใจอีกประตูจาก ดาร์เรน เบนท์ นาทีที่ 90 จบเกม เชลซี จึงชนะขาดลอย 7-2 นำเป็นจ่าฝูงต่อไป
หลังจบการแข่งขัน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเชลซี ออกมาชมลูกทีมว่าฟอร์มนัดนี้เป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของฤดูกาล เนื่องจากลูกทีมเล่นได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ว่าจะขาดนักเตะแอฟริกันที่ไปเล่นทีมชาติ แต่ก็ไม่ส่งผลมากนัก พร้อมทั้งชมการเล่นตำแหน่งใหม่ของ จูเลียโน เบลเลตติ มาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับ นิโกลาส์ อเนลก้า ที่กลับมาเล่นได้ดีอีกครั้ง
ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง เล่นในโอลด์แทรฟฟอร์ด พบกับ เบิร์นลีย์ หลังจากที่เคยไปแพ้มาก่อน 0-1 เมื่อต้นฤดูกาล มาเกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ครองเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อยในครึ่งแรก แต่ในจังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ทำให้ยังเสมอกันอยู่ 0-0 แต่ครึ่งหลัง ปีศาจแดง เร่งเกมมาก ขึ้นนาทีที่ 64 เวย์น รูนีย์ จ่ายบอลทะลุให้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ เข้ายิงเป็น 1-0 และอีกแค่ 5 นาทีต่อมา รูนีย์ ได้บอลไปยิงในเขตโทษเป็น 2-0 ก่อนนาทีสุดท้ายของเกม มาเม บิราม ดิยุฟ กองหน้าตัวใหม่มายิงปิดท้ายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-0 พร้อมตามหลัง เชลซี 1 แต้มเท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้ชัยชนะในนัดนี้แต่ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ซึ่งจะต้องดูอาการอีกครั้งในวันจันทร์ และอาจจะต้องถึงขั้นเข้ารับการผ่าตัด
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ครึ่งแรก เจ้าบ้านบุกได้น่ากลัวแต่ก็ยังยิงประตูไม่ได้ จบครึ่งแรกยัง 0-0 แต่ครึ่งหลัง นาที 57 ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ ฟาบิโอ ออเรลิโอ เปิดฟรีคิกจากกราบขวา โธมัส โซเรนเซน รับบอลในจังหวะที่ โซติริออส คีร์เกียกอส เข้าชาร์จพร้อมกันก่อนที่กองหลังกรีซ จะซ้ำตุงตาข่าย ได้สำเร็จ เป็น 1-0 แต่ สโต๊ค ที่บุกหนักและตีเสมอได้สำเร็จนาทีสุดท้ายจากจังหวะลูกเตะมุม โรเบิร์ต ฮูธ ยิงจ่อๆ เป็นประตู 1-1 จบเกมแบ่งกันทีมละ 1 แต้ม
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ที่ยังไม่แพ้ใครภายใต้การทำทีมของ โรแบร์โต้ มานชินี ออกไปเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน โดยทีมเยือนปรับทีมด้วยการส่ง โรเก้ ซานตาครูซ, เครก เบลลามี และ คาร์ลอส เตเบซ ลงมาเล่นเกมรุกร่วมกัน แต่ไม่ได้ผล นาทีที่ 36 เป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ออกนำก่อนจากลูกฟรีคิกของ สตีเฟ่น พีนาร์ เป็น 1-0 ก่อนที่นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก หลุยส์ ซาฮา ถูกดึงในเขตโทษทำให้เป็นจุดโทษ และ ซาฮา ก็สังหารเข้าไป ซึ่งครึ่งหลังทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันเพิ่มได้ เอฟเวอร์ตัน จึงชนะไป 2-0 เป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การทำทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี
ผลคู่อื่นๆ สเปอร์ส เสมอ ฮัลล์ 0-0 และ วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ วีแกน 0-2 จาก เจมส์ แม็คคาร์ธี นาทีที่ 60 และ ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย นาทีที่ 73
ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
เชลซี 21 15 3 3 52 18 48
แมนฯ ยูไนเต็ด 22 15 2 5 49 19 47
อาร์เซนอล 20 13 3 4 53 23 42
สเปอร์ส 21 11 5 5 42 22 38
แมนฯ ซิตี้ 21 10 8 3 42 30 38
แอสตัน วิลล่า 20 10 5 5 29 18 35
ลิเวอร์พูล 21 10 4 7 38 26 34
เบอร์มิงแฮม 21 9 6 6 21 19 33
ฟูแล่ม 20 7 6 7 26 22 27
เอฟเวอร์ตัน 21 6 8 7 30 34 26
สโต๊ค 21 6 7 8 19 26 25
ซันเดอร์แลนด์ 21 6 5 10 30 38 23
วีแกน 20 6 4 10 23 44 22
แบล็คเบิร์น 21 5 6 10 21 39 21
เบิร์นลีย์ 21 5 5 11 22 43 20
วูล์ฟแฮมป์ตัน 21 5 4 12 17 38 19
ฮัลล์ ซิตี้ 21 4 7 10 20 42 19
เวสต์แฮม 20 4 6 10 28 37 18
โบลตัน 18 4 6 8 26 36 18
ปอร์ทสมัธ 20 4 2 14 18 32 14



