
แจ้งจับพระเลขาฯแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์
ชาวบ้านสุดทนแจ้งจับพระเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ หลังปลดผ้าเหลืองซิ่งเก๋งพาสาวเที่ยวชนร้านไก่ย่างในยามวิกาล ตำรวจจับได้ยังดื้อไม่ยอมลาสิกขาบท
ความคืบหน้ากรณีพระราชศีลโสภิตหรือหลวงพ่อหนูอินทร์ เกจิอาจารย์ดังภาคอีสาน เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (มหานิกาย) นำเอกสารบันทึกประจำวันของตำรวจร้องเรียนผู้สื่อข่าว เพื่อเรียกร้องให้พระผู้ใหญ่ดำเนินการสึกพระมหาวีระชัย วชิโร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (มหานิกาย) วัดกลางพระอารามหลวง หลังมีความประพฤติไม่เหมาะสม สวมชุดลำรองขับรถพาสาวหนีเที่ยวจนประสบอุบัติเหตุ
ล่าสุดนายสมศักดิ์ แซ่ตั้ง อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนพระราชศีลโสภิต และตัวแทนพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าแจ้งความกล่าวโทษกับร.ต.อ.ทรงศักดิ์ เกกาคำ ร้อยเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ให้ดำเนินคดีกับนายวีระชัย ศรีหาพล อายุ 31 ปี หรือพระมหาวีระชัย วชิโร เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์
ภายหลังจากพระมหาวีระชัยได้ปลดผ้าเหลืองขับรถเก๋งไปเที่ยวกับหญิงสาวในยามวิกาลมีอาการเมาสุราจนขับรถประสบอุบัติเหตุชนร้านค้าริมถนนและพระมหาวีระชัยสารภาพว่าเป็นคนขับรถ ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับพระพุทธศาสนา แต่ปัจจุบันยังพระผู้บังคับบัญชายังไม่ดำเนินการและไม่ยอมลาสิกขาบทแต่อย่างใด
นายสมศักดิ์ แซ่ตั้ง อายุ 53 ปี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวพระผู้ใหญ่หลายรูปได้แนะนำให้มหาวีระชัยพิจารณาตัวเองว่าควรที่จะเป็นพระสงฆ์ต่อไปหรือลาสิกขาบทหรือไม่ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง รวมทั้งมีพยานหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะบันทึกประจำวันของตำรวจ สภ.ยางตลาด ซึ่งพระมหาวีระชัยได้เซ็นชื่อรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าวจริงจนเกิดอุบัติเหตุ จนกระทั่งปัจจุบันพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นพระปกครองก็ยังไม่ดำเนินการใดๆและยังออกมาแก้ตัวแทนมหาวีระชัย และที่สำคัญพระมหาวีระชัยยังนุ่งเหลืองห่มเหลืองคิดว่าตัวเองยังคงอยู่ในสมณะศักดิ์เป็นพระสงฆ์อยู่ ซึ่งความจริงแล้วพระมหาวีระชัยนั้นควรที่หมดภาพเป็นพระเมื่อคราวที่ปลดผ้าเหลืองหนีเที่ยวแล้ว
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้รับมอบจากพระราชศีลโสภิตและตัวแทนพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายวีระชัย ศรีหาพล หรือพระมหาวีระชัย ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ พร้อมทั้งให้ดำเนินการจับสิกขาบทพ้นจากการเป็นพระ
เพราะวันเกิดเหตุพระมหาวีชัยได้ถอดผ้าเหลืองออก และแต่งกายเป็นประชาชนธรรมดาจึงถือว่าไม่ได้อยู่ในสมณะศักดิ์บรรพชาหรือพระสงฆ์แล้ว และไม่มีสิทธิ์ที่ห่มผ้าเหลือง แต่งกายเป็นพระสงฆ์ได้
ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ เกกาคำ ร้อยเวรสภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยจากการตรวจสอบตามกฎหมายเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นคดีอาญาหรือมีความผิดทางอาญา แต่เป็นการกระทำผิดทางวินัยของสงฆ์ จึงได้แนะนำให้ผู้ร้องทุกข์นำเรื่องดังกล่าวไปร้องทุกข์กับเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งถือเป็นพระปกครองของพระมหาวีระชัย



