
เตือนแล้วนะ... ตู่ 'จตุพร' ชี้ 47ส.ว. และ 25 ส.ส.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แก้ไข รธน.ทั้งฉบับพึงระวัง
เตือนแล้วนะ...ตู่ 'จตุพร พรหมพันธุ์' ชี้ 47 ส.ว. และ 25 ส.ส.พปชร.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แก้ไข รธน.ทั้งฉบับ เชื่อหักหน้า "ประยุทธ์" ซัดขัดแย้งกันเอง มั่นใจทรยศหักหลังประชาชนพังทุกราย
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk โดยพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหัวข้อทรยศ หักหลัง พังทุกราย โดยระบุว่า ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ บรรดาส.ส.โดยเฉพาะพรรคแกนนำของรัฐบาล ต่างไม่ได้เอาใจใส่การแถลงนโยบายก่อนปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่มีวาระเร่งด่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ใช้วิธีการยื้อเวลา โดยบอกว่าไปศึกษาปัญหาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งระยะเวลาหนึ่งและมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องแก้ไขมาตรา 256 ยกเว้น หมวด 1 หมวด 2 โดยให้มี ส.ส.ร.
หลังจากนั้นทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต่างเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตัวเอง ที่เหมือนกันและมีความแตกต่างอยู่ในร่างคือการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้เกิด ส.ส.ร. โดยร่างของรัฐบาล ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งจำนวนหนึ่งและก็สรรหาหรือแต่งตั้งจำนวนหนึ่ง ส่วนของพรรคฝ่ายค้านนั้นให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100 % นอกจากการมีประเด็นแก้ไขรายมาตราในซีกพรรคฝ่ายค้านอีก 4 ประเด็น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องการตัดอำนาจของส.ว.ในการโหวตเลือกาายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันมีร่างของประชาชนโดยไอลอว์ที่จะนำเข้าสู่สภาวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในขณะที่มีการอภิปราย ก่อนปิดสมัยประชุมวันสุดท้าย หลังจากที่การอภิปรายร่างของรัฐบาลและร่างของฝ่ายค้านเป็นที่ยุติแล้ว โดยหลักการปฏิบัติ ส.ส. ต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง แต่กลับมีการเล่นแร่แปรธาตุไปตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาว่าจะโหวตอย่างไร เนื้อหาเป็นอย่างไร ทั้งที่รู้กันดีว่า เมื่อ สมาชิกรัฐสภา จะอภิปรายเรื่องอะไร สามารถส่งผ่าน Social Media หรือ ร่างที่พิมพ์เป็นกระดาษ ซึ่งจะแจกก่อนเข้าประชุม หรือ หากส่งไปที่บ้านก็จะมีเวลาอ่านก่อน 3 วันเป็นอย่างน้อยทุกครั้ง
ดังนั้น สมาชิกรัฐสภาทั้งส.ส.และส.ว. จะต้องไปศึกษาว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่หรือจะใช้สิทธิ์ในการอภิปรายกันอย่างไร แต่ตนเพิ่งเคยเห็นครั้งนี้หลังจากการอภิปรายจบจะมีคนอ้างว่าฟังไม่รู้เรื่องขึ้นมา ต้องตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาว่าจะโหวตกันอย่างไร ดังนั้นนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่สร้างกันขึ้นมา ต่อมาเรื่องที่จะต้องยึดถือเป็นหลักกัน คือ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกแถลงคล้ายกันทั้ง 3 พรรคและหัวข้อหนึ่งที่เหมือนกันคือสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ขณะนี้นายกรัฐมนตรีในวันที่ยื่นญัตติขอความเห็น เปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อขอความเห็นต่อสมาชิกรัฐสภากรณีเกิดวิกฤติการชุมนุม ก็พูดชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จในวาระที่ 3 ในเดือนธันวาคม อีกครั้งในวันที่แถลงนโยบายก็พูดไปแล้ว ดังนั้นวันที่ 17 -18 พฤศจิกายนนี้ ทุกอย่างเสร็จสิ้นบริบูรณ์ ส่วนความเห็นของส.ส.ร.จะเป็นอย่างไรนั้นก็จะไปพิจารณากันต่อในวาระที่ 2 แต่ตนเชื่อว่ากระเเสเสียงส่วนใหญ่ต้องการ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ปรากฏว่ามีการเลี่ยงบาลีกันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บรรดา ส.ว.และ ส.ส. พรรคแกนหลักรัฐบาล ได้ทำหนังสือเสนอต่อประธานรัฐสภา เสนอญัตติตามข้อบังคับของรัฐสภาข้อที่ 31 ให้รัฐสภา มีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วงเล็บ 2 โดยระบุใจความสำคัญว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ 2560 ไม่มีบทบัญญัติใด ให้อำนาจรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับไป ตามนั้นตามหลักกฎหมายมหาชนไม่มีกฎหมายไม่มีอํานาจ รัฐบาลจึงไม่มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีอำนาจเฉพาะ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 คือมีอำนาจให้แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น
ทั้งนี้ตนเห็นว่ามาตราที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญคือมาตรา 255 ผูกพันธ์มาตรา 256 / และมองว่าคนที่เป็นผู้นำประเทศพูดไว้อย่างไรจะต้องทำตามนั้นเพราะก่อนพูดเราเป็นนาย แต่หลังพูดคําพูดเป็นนายเรา แต่ปรากฎว่า ส.ว. จำนวน 47 คน และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ 25 คน ที่ยกมือสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ปฏิบัติตามที่พลเอกประยุทธ์ได้ประกาศในที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้นการไปยื่นตีความให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นมีความย้อนแย้งกันเอง
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า อะไรก็ตามถ้าไม่ซื่อสัตย์กับประชาชน และหากยังเดินกันอย่างนี้ ไม่ออกเตือนกัน มันกลายเป็นว่าอำนาจจะต้องเป็นของข้าเป็นนิจนิรันดร์นั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญปี 60เป็นวิบากกรรมของชาติ เราเดินตามรอยที่เขาออกแบบให้เกิดปัญหาตลอดทาง ที่ตนบอกว่าแบบมันถูกออกเพื่อให้ถูกฉีก แต่ไม่รู้ว่าเราจะฝืนชะตากรรมนี้กันได้นานอีกเท่าไหร่ แต่พฤติกรรมแบบนี้จะสร้างเงื่อนไข พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าทรยศหักหลังพังทุกราย



