ข่าว

เฝ้าระวัง"ธรณีพิโรธ"ในไทยแผ่นยูเรเซียน-รอยเลื่อนสะแกง

เฝ้าระวัง"ธรณีพิโรธ"ในไทยแผ่นยูเรเซียน-รอยเลื่อนสะแกง

16 ม.ค. 2553

ธรณีพิโรธที่เกิดขึ้นในประเทศเฮติถือเป็นภัยธรรมชาติร้ายแรงครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ จำนวนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นที่คาดการณ์ไว้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน เป็นตัวเลขที่รัฐบาลเฮติประเมินไว้ต่ำสุด ส่วนตัวเลขที่แท้จริงคงต้องรออย่างน้อยอีกหลายเดือน

 ...แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวหลายคนจะยืนยันตรงกันว่า "ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือเทคโนโลยีหรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถพยากรณ์วันและเวลาเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิได้แม่นยำ" เมื่อแผ่นดินไหวเป็นภัยที่เตือนล่วงหน้าไม่ได้ สิ่งเดียวที่มนุษย์จะทำได้ก็คือการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา

 พื้นผิวโลกประกอบด้วยแผ่นหินเปลือกโลกขนาดใหญ่ประมาณ 15 แผ่น แต่ละแผ่นมีความหนา 70-250 กิโลเมตร ภัยธรรมชาติที่เรียกว่าแผ่นดินไหวเกิดจากแผ่นโลกพวกนี้เคลื่อนไหวขยับตัวไปมานั่นเอง โดยแผ่นดินไหวที่เฮติเกิดจากแรงกดปะทะกันของแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ 2 ชิ้น คือ "แผ่นอเมริกาเหนือ" กับ "แผ่นแคริบเบียน" โดยทั่วไปเมื่อแผ่นเปลือกโลกแผ่นใดมีการขยับตัวรุนแรง นักภูมิศาสตร์จะรีบประมวลผลและสังเกตแผ่นเปลือกโลกอื่นที่ใกล้เคียงทันทีว่า ได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่ ?

 รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ข้อมูลว่า แผ่นดินไหวที่เฮติแม้จะมีความแรงเพียง 7 ริกเตอร์ แต่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ "ตื้น" หรือลึกลงไปใต้ดินแค่ 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ทำให้การสั่นสะเทือนบนพื้นดินรุนแรงมาก ต่างจากแผ่นดินไหวทั่วไปที่จุดศูนย์กลางจะอยู่ลึกลงไปในดินประมาณ 100 กิโลเมตร บางจุดอาจอยู่ลึกถึง 300 กิโลเมตร

 ข้อมูลล่าสุดที่ได้นั้น รศ.ดร.เสรี ระบุว่า ยังไม่มีผลกระทบถึงแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียน (Eurasian Plate) ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ เนื่องจากระยะทางห่างกันมากกว่าหมื่นกิโลเมตร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้มีอยู่ 2 จุด คือ มีการตรวจวัด พบว่าแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนกำลังมุดตัวลงในแผ่นเปลือกโลก ที่ชื่อว่า "ฟิลิปปินส์" พื้นที่ดังกล่าวเรียกว่าบริเวณรอยเลื่อนมะนิลาอยู่กลางทะเลฟิลิปปินส์ ซึ่งมีรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์กับยูเรเซียน ขณะนี้พบการมุดตัวลึกถึง 38 เมตร จากเมื่อ 4 ปีที่แล้วมุดเพียง 20 เมตร ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์จะรองรับแรงกดได้อีกนานเท่าไร หากรับไม่ไหวก็จะดีดตัวกลับ เกิดเป็นแผ่นดินไหวและสึนามิขนาดใหญ่

 "ผลการวิเคราะห์ที่จำลองเหตุการณ์ในคอมพิวเตอร์พบว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะได้รับความเสียหายมากที่สุด เพราะใกล้กับจุดกำเนิดแผ่นดินไหว จะมีคลื่นสึนามิสูงกว่า 8 เมตร ส่วนไทยอยู่ห่างออกมากว่า 2,000 กิโลเมตร คลื่นสึนามิต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อย 14 ชั่วโมง ทำให้สูญเสียพลังงานไปมาก แต่ชายฝั่งทะเลสงขลาอาจโดนคลื่นสึนามิสูง 1.5 เมตร ซึ่งต้องอพยพคนที่อยู่ชายฝั่งทะเลให้ทันการณ์ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นแน่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นวันไหนแน่นอน" รศ.ดร.เสรี กล่าว

 เหมือนกับที่นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันธรณีฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเทกซัส เคยเสนอรายงานเมื่อปี 2547 ว่า มีการขยับตัวของรอยเลื่อนแผ่นดินไหวแถวประเทศเฮติ อาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบริเวณนั้น แต่ก็ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงในอีก 5 ปีต่อมาเท่านั้นเอง !?!

 ล่าสุด ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้อำนวยการองค์กรศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) ส่งข้อมูลถึงสื่อมวลชนว่า แผ่นดินไหวที่เฮติเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับประเทศไทย ในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาแผ่นดินไหว ซึ่งหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องด้านนี้กำลังแสดงความเป็นห่วงว่า จ.กาญจนบุรีและใกล้เคียงอาจเกิดแผ่นดินไหวในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ตั้งของเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ "เขื่อนศรีนครินทร์" และ "เขื่อนวชิราลงกรณ" ซึ่งตั้งอยู่บนแนวแขนงรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และเจดีย์สามองค์ ที่แยกมาจากแนวรอยเลื่อนสะแกงในประเทศพม่า 

 หากเกิดแผ่นดินไหวบนแนวเลื่อนทั้งสองจริง สิ่งที่น่ากังวลคือ ปริมาณน้ำมหาศาลจากเขื่อนทั้ง 2 แห่ง จะไหลลงสู่ด้านล่างภายใน 5 ชั่วโมง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้คำนวณและสร้างแบบจำลองขึ้นมา ทำให้รู้ว่าน้ำจะทะลักท่วม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สูงถึง 25 เมตร ภายใน 11 ชั่วโมง น้ำจะท่วมถึง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และภายใน 35 ชั่วโมง น้ำจะท่วมถึงกรุงเทพฯ อาจมีระดับความสูงถึง 2 เมตร ดร.พิจิตต อธิบายว่า จะนำข้อมูลจำลองนี้ไปให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้เตรียมความพร้อมและวางแผนป้องกัน รวมถึงแผนอพยพประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีคนอาศัยอยู่หลายล้านคน เส้นทางน้ำจะเข้ามาตามถนนเพชรเกษมก่อน หากช่วงนั้นมีน้ำทะเลหนุนสูงพอดี ระดับน้ำอาจสูงเกิน 2 เมตร หรือกว่าตึก 2 ชั้นก็ได้

 ในส่วนการรับมือกับภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นนั้น ดร.พิจิตต ให้ข้อมูลว่า มีการเตรียมแผนระดับชาติไว้แล้ว โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 ให้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติในเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2553-2562 โดยให้ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

 รอยเลื่อนที่เสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวในไทยมีทั้งหมด 9 รอยเลื่อน

 1.รอยเลื่อนเชียงแสน ความยาว 130 กิโลเมตร เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3 ริกเตอร์ มาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง 
 2.รอยเลื่อนแพร่ ความยาว 115 กิโลเมตร เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3-4 ริกเตอร์ ไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง 
 3.รอยเลื่อนแม่ทา ความยาว 55 กิโลเมตร มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กเกิดขึ้นบ่อยครั้ง 
 4.รอยเลื่อนเถิน ความยาว 90 กิโลเมตร เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.7 ริกเตอร์ เมื่อปี 2521
 5.รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี ความยาว 250 กิโลเมตร เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ริกเตอร์ เมื่อปี 2518
 6.รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ความยาว 500 กิโลเมตร มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กไม่น้อยกว่า 100 ครั้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2526 มีขนาดสูงถึง 5.6 ริกเตอร์
 7.รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ความยาว 250 กิโลเมตร เกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อยหลายพันครั้ง
 8.รอยเลื่อนระนอง ความยาว 270 กิโลเมตร เกิดแผ่นดินไหว 1 ครั้ง เมื่อปี 2521 ขนาด 5.6 ริกเตอร์
 9.รอยเลื่อนคลองมะรุย เคยเกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อยที่ จ.ภูเก็ตและใกล้เคียงในปี 2476, 2519 และ 2542
 ทั้งนี้ แผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง เคยเกิดแผ่นดินไหวเมื่อเดือนเมษายน 2526 ถึง 3 ครั้ง ความแรงสูงสุดวัดได้ 5.99 ริกเตอร์