ข่าว

 อายุไม่เกี่ยว…ขออย่างเดียว “ใจ”

อายุไม่เกี่ยว…ขออย่างเดียว “ใจ”

17 ม.ค. 2553

ผมบอกลาปฏิทินปีเก่า และยิ้มรับปีใหม่ โดยไม่ใส่ใจว่าจะแก่ขึ้นสักเท่าไหร่

อย่างเก่ง ก็ฉุกคิดตรงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ได้เห็นสุขภาพที่ทรุดตามไปวัย เซลล์ในกายค่อยๆ เสื่อม ต้องระวังอาหารการกิน และออกกำลังสม่ำเสมอ

 นาฬิกาชีวิตที่เดินไม่หยุด ยังเตือนให้รู้ว่าการเดินทางจากนี้ไป มีความไม่แน่นอนรออยู่ อย่าได้ประมาทเป็นดีที่สุด ให้มีสติกำกับเท่าที่จะทำได้

 ผมยอมรับอย่างไม่อายว่า ในอดีตเป็นเหมือนกันที่พอโตขึ้นหน่อย ก็หลุดไม่พ้นความคิดแบบเดิม

 เอาความแก่มาเป็นข้ออ้าง หาว่าตัวเองหมดน้ำยาบ้าง แก่เกินแกงบ้าง จึงหมดแรง ไม่เอา ไม่สู้ ฝันที่ยังไม่สำเร็จ ก็ไม่อยากสานต่อ ไฟแห่งความตั้งใจค่อยๆ มอดจนเกือบดับสนิท

 ไม่นานมานี้ มีคนหนึ่งทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ตราบที่ยังตื่นลืมตาขึ้นมาบนโลก ไม่มีอะไรสายเกินความตั้งใจ ขอเพียงอย่ายอมแพ้ก็เท่านั้น เพราะอย่างน้อย “กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด” ก็เคยบันทึกนักเรียนที่มีอายุมากที่สุดในโลกแล้วเป็นชาวเคนยา โดยขณะกำลังศึกษานั้นมีอายุกว่า 80 ปี

 นายคนนี้ ฝังเข็มความเชื่อใหม่ให้ผม “ถ้าเราแน่วแน่ สังขารก็อาจพ่ายแพ้หัวใจที่เข้มแข็งได้”

 อีกด้านของเหรียญ ผมเห็นคนหนุ่มรุ่นสาวบางคนมีฝัน มีความสามารถ ไอเดียกระฉูด แต่ใจก็กล้าๆ กลัวๆ คิดโทษตัวเองว่ายังเด็กเกินไป จึงทิ้งโอกาสที่วิ่งเข้ามา

 คล้ายๆ กับเป็นหนอนดักแด้ ที่ยังอาลัยอาวรณ์ เสียดายระคนกับความกลัว ไม่กล้าที่จะสลัดคราบเป็นผีเสื้อ แล้วออกบินท้าแดด ท้าฝน เผชิญโลกสวยงามที่รออยู่ข้างหน้า

 ลองหาประวัติของ “เถ้าแก่น้อย” อ่านดูนะครับ ผมบอกได้คำเดียว “ซูฮก” กับความเก่งของเขาจริงๆ

 เมื่อมีโอกาส มีไอเดีย มีฝัน เขาก็กล้าที่จะหยุดเรียน ออกมาทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ จนปัจจุบันกิจการใหญ่โต พนักงานรวมกันนับร้อย รายได้เป็นกอบเป็นกำ

 ได้ยินว่าเขาก็ไม่ได้ประมาท กำลังหาทางกลับไปเรียนต่อ เพราะยังไงซะ ความรู้ในตำราก็ยังเป็นฐานคอนกรีต เสริม
ประสบการณ์นอกห้องที่เขามีเป็นพื้นเดิม

 จริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรในกอไผ่ ให้คิดปวดหัวซับซ้อน เรื่องเล่าทั้งสองเพียงแค่สะท้อนให้เห็นว่า…

 อายุก็เป็นแค่ตัวเลขที่หมุนไปตามปีปฏิทิน ถ้าถอดเรื่องสังขารออก ดัชนีชี้วัดความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เด็กหรือแก่ แต่อยู่ที่ใจต่างหาก
 จะสู้หรือเปล่า ถามง่ายๆ แค่นี้เอง?

 ฉะนั้น อย่าทิ้งโอกาสที่วิ่งเข้ามา ถ้ายังไม่เริ่มสตาร์ทวันนี้ ก็จะไม่มีวันพรุ่งนี้

 ใครเลยจะรู้ว่า นาทีทองของชีวิตอาจจะมีเพียงครั้งเดียว แล้วไม่มาอีกเลยก็เป็นได้

 ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น ขอเพียงแค่ตั้งใจจริง ศึกษาหาข้อมูลให้พร้อม มองหน้า ระวังหลัง หาแผนสำรองฉุกเฉินกันไว้ 

 เมื่อคิดรอบแล้ว ก็ลุยทันที ให้ความสำเร็จรอต้อนรับอยู่ที่ปลายอุโมงค์  

 สำหรับอีกหลายๆ คน ที่ยังไม่ได้มีแผนการเงิน ให้ลงมือด้วย ไม่ต้องกังวลว่าเราเริ่มช้าเกินไป หรืออายุมากไป เดี๋ยวก็ตายแล้ว หรืออย่าคิดว่า ตัวเองยังเด็กเกินกว่าจะให้สาระสำคัญกับเรื่องอย่างนี้

 เพราะแผนการเงิน ไม่มีวัย ไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่ ใครทำ ใครได้…

 ง่ายๆ ครับ หาเท่าไหร่ เก็บไว้ส่วนหนึ่งก่อน ที่เหลือค่อยใช้ ทำอย่างนี้ให้ได้ทุกวัน มีวินัยกับตัวเอง อย่าเบี้ยวเป็นอันขาด 

 ที่สุดก็จะพบว่า ในขณะที่ร่างกายเสื่อมสภาพทุกปี แต่สุขภาพการเงินกลับแข็งแรง

 ทีนี้จะปีไหนๆ จะแก่สักเท่าไหร่ ก็อย่าได้แคร์แล้วครับ…