ข่าว

ล้วงตับสุดสัปดาห์-"ลักกี้ อิน เลฟ"

ล้วงตับสุดสัปดาห์-"ลักกี้ อิน เลฟ"

17 ม.ค. 2553

๐๐๐ อกหักพลาดเก้าอี้รัฐมนตรีไปถึงสองครั้งซ้อน สำหรับ "องอาจ คล้ามไพบูลย์" ส.ส.กทม.และอดีตโฆษกร่างโย่ง พรรคประชาธิปัตย์

 

 ครั้งแรกเมื่อรัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ ฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลเมื่อปลายปี 2551 จนทำให้ชื่อชั้นของ "องอาจ" กลายเป็นรัฐมนตรีแถวสอง เตรียมขึ้นแทนเสียบเก้าอี้ได้ทุกเมื่อ

 แต่อกหักครั้งแรกยังไม่เจ็บซ้ำเท่าไหร่ เพราะอยู่ในช่วงของฮันนีมูน ข้าวใหม่ปลามัน หลังจากสละความโสดที่ครองมานานร่วม 54 ปี กับสาวสวย "ดร.หน่อย" อโณทัย ศรีกิจจา ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

 หลังจากพลาดเก้าอี้ครั้งนั้น "องอาจ" หายหน้าหายตาไปจากค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยมี "ภรรยาสาวสวย ดร.หน่อย" คอยช่วยเลียแผลใจ ทำให้ "เสี่ยองอาจ" มีชีวิตชีวามากขึ้น

 มีเสียงกระซิบจากค่ายสะตอว่า ช่วงนี้แหละ "เสี่ยองอาจ" แอบปลีกเวลาไปปั๊มทายาท จึงไม่ได้แวะเวียนเข้ามาที่พรรค แถมยังต้องโหมลงพื้นที่อย่างหนักเพื่อทำคะแนนให้เข้าตาผู้หลักผู้ใหญ่

 แบบงานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เว้น แถมยังซุ่มทำกิฟท์นานแรมปี หวังมี "องอาจน้อย"

 เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก รัฐบาลบริหารประเทศครบรอบขวบปี พรรคประชาธิปัตย์ถือโอกาสปรับเก้าอี้ ครม.ในโควตาของพรรคอีกครั้ง

 ชื่อชั้นของ "เสี่ยองอาจ" ถูกเสนอเข้าเป็นแคนดิเดตอีกระลอก โดยได้แรงหนุนจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี

 สุดท้ายชื่อของ "เสี่ยองอาจ" ก็ไม่สามารถฝ่าด่านกรรมการบริหารพรรคไปได้ และที่น่าช้ำใจสุดๆ ถูกเสนอชื่อเข้าไปแต่ไม่ได้รับเลือกแม้แต่คะแนนเดียว

 แม้งานนี้จะพลาดเก้าอี้เสนาบดี แต่ "เสี่ยองอาจ" ก็มีรางวัลใหญ่สำหรับชีวิต คอยปลอบใจเมื่อรู้ผลว่าภรรยาสุดที่รักกำลังจะให้ "กำเนิดทายาท"

 จะว่าไปแล้วเหมือนโชคเข้าข้าง "เสี่ยองอาจ" จริงๆ เมื่อได้ "ทายาท" มาเลียแผลใจอีกครั้ง หลังอกหักซ้ำซาก เพราะยามนี้ "เสี่ยองอาจ" ไม่สนใจเรื่องอื่นแล้ว วันๆ นั่งคิดแต่ชื่อลูก ว่าจะตั้งชื่ออะไรดีหนอ...
 อย่างนี้ต้องเรียกว่า อัน ลักกี้ อินเกม แต่ ลักกี้ อินเลฟ..อิอิ..

“หมู่บ้านกระสุนตก”

 “ปรับ ครม.” คราวนี้ “พรรคภูมิใจไทย" กว่าจะทำคลอด ชื่อ “รัฐมนตรี" ยัดใส่มือ “มาร์ค” เพื่อปิดบัญชี “อภิสิทธิ์ 4” ต้องเขย่าขวดกันรุนแรงเป็นพิเศษ เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่ารัฐบาลนี้จะมีอายุยืนนานเท่าไหร่

 เป็นธรรมดาที่ “กระดูกติดเนื้อ" ชิ้นเบ้อเริ่มที่อยู่ๆ ก็กระเด็นออกจากหม้อก๋วยเตี๋ยวอย่างไม่ได้ตั้งใจ “ขุนศึก" ทั้งหลายจับจ้องกันชนิดที่ว่าตาแทบถลนออกจากเบ้า

 เพราะ “เก้าอี้" มีจำกัด แต่ “ความอยาก" มีสูง กว่าจะ “จิ้ม" กันออกมาได้เล่นเอาตีกันเกือบตาย

 ไล่กันแต่ก๊วนของ “เจ้าพ่อไก่ชน" ฝุ่นตลบอบอวล สุดท้ายมาเคาะเอาน้องสาวตัวเอง “พรรณศิริ กุลนาถศิริ” อดีตรอง ผอ.โรงเรียนอุดมดรุณี จ.สุโขทัย เพื่อหวังสยบศึกระหว่าง “ประศาสตร์ ทองปากน้ำ-เรืองศักดิ์ งามสมภาค”

 การตัดสินใจ “ทะลุกลางปล้อง" แบบนี้ จะทำให้ ส.ส.ในก๊วน “มัชฌิมา" 7-8 คน หมดแรงใจที่จภักดี “สมศักดิ์” อีกต่อไป ดูกันต่อว่า “สมศักดิ์" จะอุ้ม ส.ส.ในมุ้งให้อยู่หมัดได้เหมือนอุ้มไก่ชนหรือไม่

 แต่ที่ดูจะฉิวเฉียดนาทีสุดท้ายคือ โปรโมชั่นพิเศษ “ปูนบำเหน็จ" ให้แก่ “สุชาติ โชคชัยวัฒนากร" ได้นั่งเก้าอี้ “รมช.คมนาคม" ด้วยการ “ซื้อใจ" เสี่ยห้อย เนวิน ชิดชอบ ยอมเป็น “กบฏ” เสี่ยงตายหนีทัพ “ทักษิณ" มาอยู่ร่วมชายคา “ประชาธิปัตย์”

 บวกกับผลงานโบแดงที่ “ส.ส.มหาสารคาม 8 สมัย” คนนี้ ในฐานะ ผอ.เลือกตั้งซ่อม จ.มหาสารคาม ไล่เข่น “เพื่อไทย” จนหายใจรดต้นคอ แพ้ฉิวเฉียดแค่พันกว่าแต้ม ทำให้ “ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ" ต้องตกเก้าอี้แบบไม่เต็มใจ

 แม้ “ผลประโยชน์” ในพรรคจะลงตัว แต่ในทางสาธารณะแล้ว “2 รมต." ที่เคาะชื่อออกมานั้น ต้องยอมรับตรงๆ ว่า “มือไม่ถึง” พ่วงด้วยข้อครหา จัดตำแหน่งแบบ “สมบัติผลัดกันชม”

 ในเมื่อจัดมาได้แค่นี้ ฝ่ายที่นั่งยิ้มคือ “ประชาธิปัตย์" เพราะหลังจากนี้ “ภูมิใจไทย" จะมีสภาพไม่ต่างจาก “หมู่บ้านกระสุนตก" เสียงยี้รอบทิศทางจะไปตกอยู่ที่นั่น

 ส่วน “ประชาธิปัตย์" เกมนี้ยัง “หล่อเหมือนเดิม”