ข่าว

หลอกได้หลอกไป

หลอกได้หลอกไป

17 ม.ค. 2553

ตลอดระยะเวลาการทำงานเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ดิฉันมีบัตรเครดิตเพียงแค่ใบเดียว เป็นบัตรเครดิตที่เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยโทรศัพท์มาขอร้องให้ช่วย “ทำยอด” เป็นบัตรเครดิตที่ให้วงเงินใช้จ่ายต่ำกว่ารายได้เกือบเท่าตัว เป็นบัตรเครดิตที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมตลอดชีพ และ

 ดิฉันถึง “งง” เป็นไก่ตาแตก เมื่อมีโทรศัพท์ไม่ระบุหมายเลข โทรมาแจ้งว่าดิฉันเป็นหนี้บัตรเครดิตธนาคารยูโอบี และกำลังจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย หากมีข้อสงสัยกรุณากด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร

 รุ่นนี้แล้ว ไม่มีคำว่า “วางสาย” อยู่ในหัวสมอง ว่าแล้วก็กด 9 ตามความต้องการของต้นสายที่โทรมา มีพนักงานผู้ชายเป็นผู้รับสายด้วยประโยคขึ้นต้นว่า “ธนาคารยูโอบี สวัสดีครับ” แล้วถามว่า ต้องการสอบถามเรื่องอะไร ดิฉันก็ถามกลับว่า คุณนั่นแหละต้องการอะไร หลังจากพิจารณาแล้วว่าสายนี้เห็นทีจะหลอกถามข้อมูลไม่ได้ มิจฉาชีพในคราบพนักงานธนาคารก็ตัดสายทิ้งทันที
 
 หลังจากนั้น ทิ้งช่วงเพียงแค่สัปดาห์เดียว ระหว่างกำลังเพลิดเพลินกับทะเลปราณบุรี ก็มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ เข้ามาอีก คราวนี้เป็นระบบอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ แจ้งข้อความแบบเดียวกัน แต่ครั้งนี้ดิฉันขี้เกียจต่อความ ก็เลยตัดสายทิ้งเสียเอง

 ไม่รู้ว่า โชคดีที่อยู่ในแวดวงข่าวสารด้านเศรษฐกิจการเงิน หรือเพราะมีบัตรเครดิตแค่ใบเดียว ทำให้ไม่ได้ตกอกตกใจในนาทีแรกของการถูกแจ้งให้ทราบว่า ตัวเองกำลังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และคิดว่านี่มันมิจฉาชีพชัดๆ

 นอกจากรูปแบบของการสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแล้ว ยังสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ประกันสังคม รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ที่หลอกลวงถามข้อมูลส่วนตัวทั้งเลขที่บัตรประชาชน และบัตรเครดิต รวมถึงเลขที่บัญชีธนาคาร

 อย่าว่าแต่ตัวดิฉันจะเจอด้วยตัวเองถึงสองครั้งสองคราแล้ว คนใกล้ชิดทั้งเพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งคุณวีระ ธีรภัทร ผู้ดำเนินรายการวิทยุ-โทรทัศน์ ก็ล้วนแต่มีประสบการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งนั้น

 คิดแบบขำๆ ว่า รัฐมนตรีบางท่าน หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้อาจจะเคยเจอมาบ้างเหมือนกัน

 มีคำเตือนจากบรรดาผู้เกี่ยวข้องมาฝากค่ะว่า ถ้าเจอพวกนี้ต้องรับมืออย่างไรและต้องทำอย่างไร

 คำยืนยันแรกมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ที่ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อของแบงก์ชาติได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก กรณีถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติ หรือพนักงานธนาคารพาณิชย์ต่างๆ โดยใช้วิธีโทรศัพท์สอบถามเกี่ยวกับการทำรายการบัตรเครดิตหรือการทำรายการเพื่อคืนเงินเข้าบัญชี

 “เป้าหมายของการโทรศัพท์มาก็เพื่อสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน บางครั้งก็ทำรายการผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประชาชนที่หลงเชื่อจนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และในช่วงที่ผ่านมาพฤติกรรมฉ้อฉลดังกล่าวก็ไม่ได้ลดลง"

 แบงก์ชาติยืนยันว่า ไม่มีนโยบายในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งไม่มีฐานข้อมูลลูกค้าของธนาคารพาณิชย์อีกด้วย ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการให้รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเกี่ยวกับการเงินกับบุคคลอื่น และก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ควรจะตรวจสอบกับสถาบันการเงินที่ใช้บริการทางการเงิน

 อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติแนะนำอย่างนี้ค่ะว่า หากมีความเสียหายเกิดขึ้น คือพลั้งเผลอให้ข้อมูลส่วนตัวของเรากับมันไปแล้ว ก็ให้ดำเนินการดังนี้ หนึ่งคือ เก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ เช่น ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ขอข้อมูล สอง ติดต่อกับสถาบันการเงินที่ใช้บริการทางการเงิน เพื่อตรวจสอบรายการที่อาจเกิดความเสียหาย และสาม แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการสืบสวนจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป

 แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรให้ความเสียหายเกิดขึ้น ดังนั้นดีที่สุดคือ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวทั้งที่เป็นเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขที่บัตรเครดิตหรือเลขที่บัญชีเงินฝากกับใครก็ไม่รู้ที่โทรศัพท์เข้ามา เป็นอันปลอดภัยที่สุด

 ที่มาเหนือเมฆกว่านั้น ต้องยกให้สุดยอดวิธีอันแยบยลอย่างเช่นที่ธนาคารไทยพาณิชย์เจอมา

คุณพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบริหารการป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า ล่าสุดธนาคารตรวจพบกรณีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพมาเปิดบัญชีกับธนาคาร และทำการทุจริตปลอมแปลงยอดเงินในบัญชี พร้อมทั้งนำสมุดบัญชีมาให้ธนาคารรับรองเพื่อนำไปทำธุรกรรมการค้า อาทิ การซื้อขายทองคำแท่งในมูลค่าที่สูงมาก

 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจพบพฤติกรรมที่ผิดปกติดังกล่าว จึงได้ติดตามและตรวจสอบพบว่า ตัวเลขในสมุดบัญชีกับตัวเลขของธนาคารไม่ตรงกัน อีกทั้งตัวอักษรในการพิมพ์เป็นการปลอมแปลง จึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมคนร้ายได้เรียบร้อยแล้ว และโชคดีที่ยังไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น

 “ปัจจุบันมีการทุจริตเกิดขึ้นในหลายรูปแบบและวิธีการ ดังนั้นเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ธนาคารจึงขอให้ลูกค้าประชาชนระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดสังเกต และอย่าหลงเชื่อโดยง่าย เพราะอาจถูกหลอกให้ร่วมกระทำผิดได้ เช่น การเปิดบัญชีเพื่อนำไปเป็นช่องทางในการทำทุจริต การรับมอบอำนาจจากบุคคลอื่นในการติดต่อทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคาร ซึ่งหากลูกค้ามีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ โทร.0-2777-7777”

 เรื่องหลอกๆ แบบคนหลอกคน ยิ่งกว่าผีหลอกคน ยังมีอีกเยอะค่ะ แต่เอาเป็นว่า มันอยากหลอกก็หลอกไป เราอย่ายอมให้มันหลอกก็พอ

ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]