ข่าว

จับเฒ่าเยอรมันเมาขาดสติ"เผาตู้โทรศัพท์-ป้ายโฆษณา"

จับเฒ่าเยอรมันเมาขาดสติ"เผาตู้โทรศัพท์-ป้ายโฆษณา"

09 มี.ค. 2552

รวบเฒ่าเยอรมัน เผาตู้โทรศัพท์-ป้ายโฆษณาที่หยุดรถเมล์ เมาไม่ได้สติ หลังเครียดถูกสาวไทยหลอกเอาเงินหมดเนื้อหมดตัว เคาะหาเศษเงินไม่ได้ดั่งใจ จุดไฟแช็คเผาระบายแค้น

        (9มี.ค.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.แถลงผลเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนศูนย์สืบสวนนครบาลจับกุมนายเบคเกอร์ ไฮน์ซดีเทอร์( MR.BECKERS HEUTSCH DIETER )อายุ 64 ปีสัญชาติเยอรมัน พร้อมของกลางไฟแช็ค 2 อัน ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ มีอัตราโทษจำคุก 7 ปีภายหลังก่อเหตุเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะบริษัททีโอทีบนทางเท้าริมถนนสุขุมวิท เขตพื้นที่สน.ทองหล่อ รวม 11 ตู้ และป้ายโฆษณาของศาลาหยุดรถประจำทางเสียหายอีก 3 แห่ง เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 3 มี.ค.ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมาโดยมีสาเหตุมาจากความเครียดที่ถูกสาวไทยหลอกลวงจนหมดตัวแล้วทอดทิ้งไม่มีเงินเดินทางกลับประเทศต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่หลับนอนเป็นหลักแหล่ง 
        พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุลักษณะเดียวกันบ่อยครั้งทำให้ตำรวจเป็นกังวลว่าเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการสร้างสถานการณ์หรือเกิดจากความขัดแย้งองค์กรณ์ภายในหรือไม่ แต่เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่จนเชื่อแน่นอนว่า เป็นการกระทำของบุคคลที่มีความเครียดจึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนแกะรอยพฤติกรรมและบันทึกภาพคนร้ายโดยตลอดพร้อมนำภาพที่ปรากฎจากกล้องซีซีทีวีและกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงไทย ปากซอยสุขุมวิท 49 จับภาพชายชาวยุโรปต้องสงสัย แต่งตัวมอมแมมมีพิรุธอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุมาแสดงให้สื่อมวลชนดูเพื่อยืนยันความผิดชัดเจนคลี่คลายความสงสัยและเชื่อได้ว่าตำรวจไม่ได้จับผิดตัวแต่อย่างใด 
        พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า นายเบคเกอร์ เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทหารมาก่อนระหว่างนั้นได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย 4-5 ครั้งด้วยกัน กระทั่งเกษียณอายุก็หันมาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสักระยะก็หอบเงินมาก้อนหนึ่งเพื่อสร้างหลักปักฐานในประเทศไทย และชอบไปเที่ยวที่เมืองพัทยาบ่อยๆจนถูกผู้หญิงไทยหลอกเอาเงินไปหมดจนเกิดความเครียดเดินหาเหล้าขาวกินตามศาลเจ้าเมาไม่ได้สติกลายเป็นคนหลงๆ ลืมๆ เรื่อยมา คุ้ยบุหรี่ตามถังขยะมาสูบและชอบเดินเคาะเศษเงินตามตู้โทรศัพท์เมื่อไม่มีเงินหล่นออกมาก็จะแค้นจุดไฟแช็คเผาตู้โทรศัพท์และป้ายโฆษณารถประจำทาง ซึ่งตำรวจได้ทดลองเผาดูแล้วพบว่า ส่วนที่ผู้ต้องหาจุดไฟนั้นเป็นบริเวณแผ่นอคิลิคขอบประตูตู้โทรศัพท์ที่สามารถติดไฟได้ง่ายจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
         ด้านนายเบคเกอร์ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นคนเผาตู้โทรศัพท์และป้ายโฆษณาจริงและกระทำการเพียงคนเดียว และยอมรับความผิดแต่โดยดีและรู้ดีว่า สิ่งที่ตนเองทำนั้นผิดกฎหมายพร้อมกล่าวขอโทษและบอกว่าจากนี้ไปจะไม่ทำแบบนี้อีก 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเบคเกอร์นั้น เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2550 ที่ผ่านมาโดยพักอยู่เมืองพัทยานานหลายเดือนจนถูกโกงจนหมดตัว จึงมาพักแถวถนนสุขุมวิทกทม. ก่อนหน้านี้มีรายได้จากเงินบำนาญซึ่งรัฐบาลเยอรมนีโอนเข้าบัญชีให้ แต่ต่อมาถูกสาวไทยเมืองพัทยาหลอกเอาเงินและบัตรเอทีเอ็มไปหมดจึงไม่มีเงินใช้จ่ายประทังชีวิต เกิดความเครียด พยายามหาเศษเงินจากช่องคืนเงินตู้โทรศัพท์ เมื่อไม่ได้ก็ยิ่งเครียดและโกรธประกอบกับความเมาจากการดื่มเหล้าขาวจึงระบายแค้นใช้ไฟแช็คที่เก็บได้ตามถังขยะ เผาแผงกั้นตู้โทรศัพท์ในที่สุด ส่วนเหตุเผาป้ายโฆษณานั้นมาจากกรณีที่นายเบคเอกร์มักจะไปนอนตามป้ายรถประจำทางแต่ก็ถูกคนเร่ร่อนด้วยกันขับไล่จึงโกรธและคิดว่าเมื่อตนเองไม่ได้นอนคนอื่นก็ไม่ต้องนอก จึงใช้ไฟแช็คเผาแผ่นป้ายโฆษณาที่ติดอยู่ป้ายรถประจำทางหลายแห่งและจำไมได้ว่าเผาที่ไหนบ้าง

รองผู้ว่าฯกทม.ตรวจป้ายรถเมล์ถูกเผาคาดใช้การได้สัปดาห์หน้า
นายธีระชน   มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.เดินทางไปตรวจการซ่อมแซมศาลาที่พักผู้โดยสารประจำทางที่ถูกเพลิงไหม้บริเวณหน้าบึงโรงงานยาสูบ ถ.รัชดาฯ ซึ่งถูกเผาเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายธีระชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ขณะนี้มีศาลาที่พักผู้โดยสารของ กทม.ถูกเผาไหม้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ก.พ. - 7 มี.ค.ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 23 หลัง โดยศาลาที่พักที่เสียหายส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่เขตคลองเตย
 ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะเดียวกัน กทม.ได้เข้าดำเนินการซ่อมแซมศาลาที่พักผู้โดยสารโดยสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้วรวม 5 จุด ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพิสูจน์หลักฐานก่อน หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้พร้อมใช้งานต่อทันที คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
 นอกจากนี้ตนได้ทำหนังสือด่วนที่สุดไปถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยสั่งการให้พนักงานกวาดและเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยเฝ้าระวังและตรวจตราศาลาที่พักผู้โดยสารในพื้นที่รวมทั้งจุดอื่น ๆ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก รวมทั้งจะได้ไล่ตรวจหาหลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงต่อไปด้วย
 ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือประชาชนโดยหากพบเหตุร้ายดังกล่าว ขอให้รีบแจ้งไปที่สายด่วน กทม.1555 ซึ่งจะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ตนได้แต่หวังว่าชายชาวเยอรมันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุเผาตู้โทรศัพท์ด้วยนั้น จะเป็นบุคคลที่เป็นต้นเหตุจริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก