ข่าว

ขนส่งทางน้ำฯไทยจี้ลาวหยุดขุดทรายกลางน้ำโขง

ขนส่งทางน้ำฯไทยจี้ลาวหยุดขุดทรายกลางน้ำโขง

15 ม.ค. 2553

สำนักงานขนส่งทางน้ำฯเชียงราย เผยกลุ่มทุนจีนขุดทรายกลางแม่น้ำโขงใช้สร้างคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ หวั่นอาจทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศจนกัดเซาะตลิ่งฝั่งไทยพัง ระบุเคยทำหนังสือคัดค้านคณะกรรมการว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้างแม่น้ำโขงแต่ไม่มีความคืบหน้า

 นายอภิสิทธิ์ คำภิโล หัวหน้าสำนักงานขนส่งทางน้ำ และพาณิชย์นาวี จ.เชียงราย เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มทุนดอกงิ้วคำ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจีนที่เข้าสัปทานที่ดินในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว นำรถแบ็คโฮ และรถบรรทุกเข้าทำการขุดทรายกลางแม่น้ำโขง ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อนำไปก่อสร้างคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย โรงแรมขนาด 700 ห้องและ 1,200 ห้อง จำนวน 5 - 6 แห่ง สนามกอล์ฟ 18 หลุม จำนวน 2 แห่ง บ่อนคาสิโน บูธและล็อคสำหรับเช่าขายสินค้า ตามโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ชื่อว่า Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zoneว่าการกระทำดังกล่าวได้สร้างความกังวลใจเรื่องผลกระทบให้กับฝ่ายไทยเป็นอย่างมาก

 จุดทรายดังกล่าวได้ดำเนินการมาร่วม 1 ปีแล้ว เป็นการขุดลอกทราย เพื่อนำไปถมร่องน้ำเชื่อมระหว่างเกาะดอนซาว ของ สปป.ลาว กับโครงการฯของจีน ซึ่งหากมีการขุดไปอย่างต่อเนื่องในอนาคตก็จะส่งผลต่อตลิ่งแม่น้ำโขงฝั่งไทยที่ไม่ได้มีการทำแนวตลิ่งไว้ตลอดแนว ซึ่งจะรวมถึงท่าเรือเชียงแสนด้วย เนื่องจากแนวร่องน้ำลึกจะเปลี่ยนทิศทาง กระแสน้ำก็จะไหลเชี่ยวขึ้นทำการกัดเซาะตลิ่งก็จะมีความรุนแรงขึ้น

 "ที่ผ่านมา สปป.ลาว ไม่เคยแจ้งต่อฝ่ายไทยว่าจะมีการขุดทราย มีเพียงขอดำเนินการจัดทำโครงการป้องกันและพัฒนาฝั่งแม่น้ำโขง ตรงข้าม จ.หนองคายเท่านั้น ซึ่งการขุดทรายถือเป็นการละเมิดข้อตกลงว่าด้วยการใช้แม่น้ำโขงที่กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดย สปป.ลาวส่วนใหญ่จะเพิกเฉยในการใช้แม่น้ำโขง โดยอ้างว่าน้ำโขงถึงไหนประเทศลาวถึงนั่น แต่จริงแล้วต้องยึดร่องน้ำลึก"นายอถิสิทธิ์ กล่าว

 ก่อนหน้านี้ ทางท่าเรือเชียงรายได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้กรมเจ้าท่าทราบ และจัดทำหนังสือคัดค้านไปยังคณะกรรมการว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้างแม่น้ำโขงหรือ JCCN ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วม 4 ประเทศคือไทย ลาว จีนและพม่า ซึ่งได้มีการหารือไปบ้างแล้ว โดยทางการลาวเห็นชอบที่จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมในการศึกษาผลกระทบ แต่จนถึงขณะนี้เงียบหายไป อย่างไรก็ตาม ล่าสุด  ทางกรมเจ้าท่าได้ประสานไปยังรัฐบาล โดยกรมโยธาธิการจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาศึกษาผลกระทบเรื่องนี้อย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง