
สุดแสบ คนร้ายขโมย จยย. 4 คันรวด แถมนำไปขายแค่ 800
สุดแสบ คนร้ายขโมย จยย. 4 คันรวด แถมนำไปขายแค่ 800 บาท โดย ตำรวจสามารถจับคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ทันควัน หลังกล้องวงจรปิดจับภาพได้อย่างชัดเจน แต่ที่แปลกกว่านั้น คือ ขโมยมาแค่ 1 คัน แต่จับได้ 4 คัน บางคันนำไปขายแค่ 800 บาท
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่ พ.ต.ต จกฤษ สมบัติศิริ สารวัตรสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายโจรกรรมรถจักรยานยนต์ที่ในซอยเทศบาล 10 บริเวณใกล้ปากทางเข้าโรงน้ำแข็งแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 2 ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โดยคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์แบบหญิง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ 125I สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 1 กถ-3610 เพชรบูรณ์ เบื้องต้นไม่ทราบทิศทางที่หลบหนี
ขณะที่กล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งหนึ่งที่ภายในซอยเทศบาล 10 สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน เป็นชายฉกรรจ์ รูปร่างสันทัด ผิวเนื้อดำแดง อายุประมาณ 25-26 ปี สวมเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวพับแขนทั้งสองข้าง สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ใส่รองเท้าแตะสีขาว สวมใส่นาฬิกาสีขาว ที่ข้อมือด้านขวา เดินมาจากท้ายซอย และมานั่งอยู่ที่ข้างถนนลักษณะดูราดลาว และเดินวนไปมา เมื่อจังหวะที่เจ้าของรถจักรยานยนต์ไม่ระวังตัว ฉวยโอกาสขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามพัน ได้ระดมกำลังออกติดตามในทิศทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี และแจ้งทางวิทยุสื่อสารให้กับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ใกล้เคียงทราบ และช่วยในการสกัดจับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันนี้ (4 พ.ย.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามพัน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีบุคคลต้องสงสัย รูปพรรณสัณฐานตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ และขับรถจักรยานยนต์ที่มีรุ่นและยี่ห้อตรงตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งไว้ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวอยู่ที่เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหน้าโชว์รูมรถยนต์โตโยต้า (สาขาบึงสามพัน) จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเข้าทำการตรวจสอบ สกัดจับผู้ต้องสงสัย และสามารถควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้ พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางที่ขโมยไป ทราบชื่อภายหลังว่า คือ นายพัชร แสงสะท้าน อายุ 27 ปี ที่อยู่ หมู่ 2 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โดยนายพัชร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นขโมย รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจริง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวมาทำการสอบสวน และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ.จุดเกิดเหตุที่ขโมยรถจักรยานยนต์ และจุดที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม
จากการสอบสวน นายพัชร แสงสะท้าน ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนไปรับจ้างทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาตกงาน อยากกลับบ้านที่ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ จึงได้ไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่กรุงเทพฯ ขับหลบหนีกลับมาบ้าน เมื่อมาถึงบ้านได้นำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาไปซ่อมที่ร้านซ่อมแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อม จึงยังไม่ได้ไปรับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกมา
แต่เนื่องจากตนยังหางานทำไม่ได้ จึงได้ออกตระเวณขโมยรถจักรยานยนต์ที่ในพื้นที่ อ.บึงสามพัน อีกจำนวน 2 คัน และได้ขายไปแล้วในราคาคันละ 800 บาท และคันละ 1,000 บาท ส่วนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ เป็นรถจักรยานยนต์ที่ขโมยเป็นคันที่ 4 ซึ่งตนกำลังจะเอาไปขาย แต่ไม่ทันเอาไปขาย ก็โดนจับเสียก่อน นอกจากนี้ นายพัชร แสงสะท้าน ผู้ต้องหา ยังให้การอีกว่าตนไม่ได้ขโมยรถจักรยานยนต์ แค่ขับไปเฉยๆ เท่านั้น
ด้านนางบี (นามสมมุติ) คนที่รับซื้อรถจักรยานยนต์ จากนายนายพัชร แสงสะท้าน ผู้ต้องหา เล่าว่าตนรู้จักกับนายพัชร แสงสะท้าน ผู้ต้องหา มาก่อนเนื่องจากเคยมารับจ้างทำบ้านให้ตน ซึ่งตนก็ไม่ได้อยากรับซื้อไว้แต่ด้านนายพัชร แสงสะท้าน ผู้ต้องหา ขอร้อง ให้ช่วยรับซื้อไว้เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้เงิน โดยขายให้ในราคา 1,000 บาท
บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์



