
กลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่เจอพิษโควิด เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของฝาก มาเป็นผนังโบสถ์
กลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เจอพิษโควิด ต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาส จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึก และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน มุ่งสู่จิตรกรรมฝาผนังโบสถ์ลายเบญจรงค์ คาดเป็นงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง ที่หรูหรา มีคุณค่า
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การเรียนรู้พัฒนาฝีมือกลุ่มเบญจรงค์ตำบลวังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 53 หมู่ 9 บ้านวังทองสามัคคี ต.วังใหญ่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เป็นกลุ่มอาชีพที่ชาวบ้านรวมตัวกัน ผลิตเครื่องเบญจรงค์เพื่อจำหน่าย ภายใต้ชื่อ “กลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่” ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2555 และได้รับใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561
โดยมี นางสำเภา จ่างศรี อายุ 45 ปี เป็นประธานกลุ่ม และได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีสมาชิกทั้งหมดรวมจำนวน 15 คน ต่อมาในช่วงเดือนเมษายน 2563 ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้กลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่ ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากมีรายได้ลดต่ำลงหายไปจนเกือบหมด จึงเหลือสมาชิกอยู่เพียง 6-7 คน ที่มีใจรักในงานด้านศิลปะก็ยังมาทำเครื่องเบญจรงค์อยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้ต่อ โดยได้ช่วยกันระดมความคิดการทำเบญจรงค์นอกเหนือออกไปจากการทำผลิตภัณฑ์ ที่ใช้เป็นของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึก และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน ไปใช้ในการประดับภายในผนังโบสถ์ แทนการวาดภาพ
โดยผลิตภัณฑ์เบญจรงค์ของกลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่ เคยได้รับเชิญเข้าร่วมโครงการประกวด “สุดยอดภูมิปัญญา เครื่องเบญจรงค์ไทย” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2558 ในหัวข้อ “วิถีชีวิตอาเซียน” โดย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. และได้รับการจัดอันดับอยู่ในอับดับที่ 7 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก
นางสำเภา จ่างศรี ประธานกลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่ กล่าวต่อว่า จากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยอดจำหน่ายของกลุ่มหายไปเกือบหมด จึงจำเป็นต้องขอให้สมาชิกบางคนหยุดงาน และเหลือที่ทำงานเพียง 6-7 คน จากเดิม 15 คน ส่วนรายได้ก็เหลือไม่ถึงครึ่งจากรายได้เดิม ในระหว่างนั้นตนเองได้รับการติดต่อจากวัดแห่งหนึ่งในอำเภอใกล้เคียงว่า ต้องการจะนำเบญจรงค์ไปประดับภายในผนังโบสถ์ แทนการวาดภาพ จึงนำเรื่องมาปรึกษากับสมาชิก และเริ่มออกแบบลวดลายสำหรับเสนอทางวัด และปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์เป็นชิ้นคล้ายภาพจิกซอ เพื่อนำไปประกอบเป็นภาพใหญ่ในโบสถ์ ตอนนี้เริ่มลงมือผลิตบางส่วนแล้ว และหวังว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะสามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกเหมือนเดิม
เท่าที่ทราบ การใช้เบญจรงค์เขียนลวดลายที่เรียกว่า ลายเชิง ผนังของโบสถ์ วิหาร หรืออาคารต่างๆ การใช้กระจกสีต่างๆ ห้าสี ประดับอาคาร ซึ่งนิยมใช้มาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ลักษณะของผลิตภัณฑ์จะมีความสวยงาม และคงทนกว่าการวาดภาพ และเป็นอีกทางเลือกของทางวัดที่กำลังจะก่อสร้างศาสนสถาน
หากท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเบญจรงค์วังใหญ่ สามารถติดต่อได้ที่ นางสำเภา จ่างศรี และนายอนุภาพ จ่างศรี โทร.085-6029792 ,089-2399662
นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์



