
ตร.วังทองหลางยันจับแล้วสาวแก๊งออฟซ่า
ตำรวจสน.วังทองหลางยันจับสาวแก๊ง "ออฟซ่า"แล้วคนำของไปตระเวนขายและจำนำ ขณะนี้ควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกรุงเทพ ส่วนลูกน้องชื่อ "พี" เข้ามอบตัวมอบตัวสู้คดี ปฏิเสธร่วมลักทรัพย์อ้างเป็นแค่คนดูต้นทาง
(9มี.ค.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีแก๊งโจรกรรมตระ เวนลักทรัพย์บ้านคนรวยที่มีนายหทัย ไชยวัณณ์ หรือออฟซ่า นักแข่งรถและพวก ตกเป็นผู้ต้องหาว่า จากการสอบสวนพบผู้ร่วมขบวนการเป็นหญิงอีก 1 คนคือ น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีประพันธ์ ทำหน้าที่เป็นผู้นำเครื่องเพชรทองของมีค่าที่โจรกรรมมาได้ไปจำนำตามโรงรับจำนำต่างๆทั้งใน กทม.และ พื้นที่ภาคใต้ จ.ชุมพร และยังเชื่อมโยงไปสู่ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 1-2 คนซึ่งมีพฤติกรรมเล่นพนันตามตะเข็บชายแดนฝั่งปอยเปตและนำของไปขายต่อหาเงินเล่นพนัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับกุมเร็วๆนี้
ส่วนผู้ต้องหา 2 คนที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้คือนายพีและนายเคนั้นอยู่ระหว่างการติดตามตัว ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด
ผบช.น.กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุมีนักการเมืองบางคนพาผู้ต้องหาที่เหลือหลบหนีออกนอกประเทศว่า เป็นเพียงข่าวแต่แนวทางการสืบสวนนั้นยังไม่มีข้อมูลยืนยันในจุดนี้ ส่วนการติดตามของกลางและการตรวจสอบทรัพย์สินคืนเจ้าของนั้นมอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) เข้าไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งเรื่องของการสอบสวน การตรวจพิสูจน์ทรัพย์สินและขอรับของกลางคืนทุกอย่างต้องมีระเบียบขั้นตอนชัดเจนพร้อมนำของกลางจริงใส่ตู้กระจกให้ตรวจสอบอย่างทั่วถึง ส่วนของกลางที่โรงรับจำนำนั้น ได้อายัดไว้และถ่ายรูปมาตรวจสอบยืนยัน
หากผู้เสียหายรายใดเชื่อว่าเป็นของตนเองก็สามารถนำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ หากโรงรับจำนำทำถูกระเบียบก็ต้องมีการไถ่ถอนคืน สำหรับของกลางที่เอามาให้ดูที่มูลค่ามาก ส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาดังๆ ปาเตฟิลลิป โอเมการ์ และยังมีพระเครื่อง แหวนเพชร รวมของกลางทั้งหมดที่อยู่ในความดูแลของ สน.วงัทองหลาง จำนวน 397 ชิ้นมีผู้เสียหายไปตรวจสอบแล้วกว่า 200 มีหลักฐานยืนยันว่า เป็นทรัพยืสินที่ถูกโจรกรรมไปจริง 64 ราย ส่วนใมหญ่เป็นคดีที่มีการแจ้งความช่วงปี 49-50 ที่ผ่านมา
ตร.สน.วังทองหลางยันจับสาวแก๊ง"ออฟซ่า"แล้ว
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 9 มีนาคม 52 พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ สว.ส.สน.วังทองหลาง เจ้าของคดีแก๊ง " ออฟซ่า " กล่าวว่า ตอนนี้ตำรวจได้จับกุมตัว น.ส.วลัยลักษ์ ศรีประพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมแก๊ง"ออฟซ่า" และเป็นผู้ทำหน้าที่นำทรัพย์สินของมีค่าต่างตระเวนขายและนำไปจำนำตามโรงรับจำนำต่างๆทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด
ตำรวจจับกุมได้ระหว่างที่ไปค้นหาหลักฐานที่บ้านพักของนายหทัย ไชยวัณณ์ หรือ "ออฟซ่า" และะพบอาวุธปืนอยู่ในความครอบครองของ น.ส.วลัยลักษณ์ จึงจับกุมมาในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง แต่ระหว่างการตรวจค้นบ้านพักตำรวจพบหลักฐานตั๋วจำนำของโรงรับจำนำต่างๆและสอบสวนขยายผลจนทราบว่า น.ส.วลัยลักษณ์ มีส่วนร่วมในคดีนี้ด้วย ตำรวจจึงอายัดตัวและออกหมายจับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจรเพิ่มอีก 1 ข้อหา ซึ่งขณะนี้ น.ส.วลัยลักษณ์ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกรุงเทพ
ลูกน้องแก๊งอ๊อฟซ่ายอมจำนนมอบตัวสู้คดีตามลูกพี่
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 15.00 น.นายพีรวัฒน์ หรือพี ตะวันธรงค์ อายุ 23 ปี หนึ่งในสองผู้ต้องหาร่วมขบวนการโจรกรรมทรัพย์สินบ้านเศรษฐ๊ ลูกน้องของนายหทัย ได้เข้ามอบตัวกับพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.โดยติดต่อผ่าน พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น.พร้อมรับสารภาพระหว่างสอบปากคำว่า เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานของนายหทัยจริง แต่ไม่ได้ลงมือลักทรัพย์ เป็นเพียงคนดูต้นทางให้เท่านั้น ส่วนนายกีรติ หรือเด หรือเค กุมพล อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่เหลืออีกคน ผบช.น.ได้ฝากเตือนว่า ให้กลับตัวกลับใจยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี รับรองในความปลอดภัยและให้ความเป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา
นายพีรวัฒน์กล่าวว่า สาเหตุที่หลบหนีเพราะตกใจจึงไปตั้งหลักแถบชายแดนฝั่งเขมรจนพบกับผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคารพนับถือ แนะนำให้มอบตัวสู้คดีและบอกว่าจะประสานมายัง พล.ต.ต.จักรทิพย์ให้ จึงรู้สึกสบายใจขึ้น จากนั้นก็มีตำรวจไปรับตัวมา ก่อนหน้านี้ทำงานในอู่ซ่อมรถของนายหทัยมาก่อนประมาณ 4-5 ปี มีหน้าที่วิ่งซื้ออะไหล่และของตกแต่งรถ
ส่วนการเข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านคนรวยนั้นไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย มีหน้าที่เป็นคนขับรถให้นายหทัยเท่านั้น เมื่อเขาได้เงินมาก็จะแบ่งให้ 4-5 หมื่นบาทและเคยไปในหมู่บ้านธารารมย์ตามที่เป็นข่าวครั้งหนึ่งได้ส่วนแบ่ง 1 แสนบาท เมื่อได้เงินมาก็จะไปเล่นพนันบาคาร่าในบ่อนปอยเปตอย่างเดียว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศขณะนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวว่า นายพีรวัฒน์มีสีหน้าเคร่งเครียดในบางขณะ ขณะเดียวกันก็พยายามแสดงสีหน้ายอมรับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แต่ยังตอบคำถามสื่อมวลชนแบบตะกุกตะกักเหมือนมีอะไรปิดบังอยู่และพยามยามมองหน้า ผบช.น.อยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามหลังสอบปากคำในเบื้องต้น ผบช.น.ได้ส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้กับ พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒณ์ ผกก.สส.น. 4 รับตัวไปสอบสวนดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักทรัพย์



