
คาดการณ์ผลนับคะแนน 11.00 น. ไบเดนนำแบบทิ้งห่างทรัมป์ ขณะรัฐสำคัญขับเคี่ยวสูสี
คู่ชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวขับเคี่ยวกันอย่างสูสี ลุ้นผลชี้ขาดในรัฐสมรภูมิ ฟลอริดายังไม่กล้าฟันธง แต่รีพับลิกันมั่นใจมาวิน
ผลนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐขั้นต้น ที่ทะยอยออกมาจากรัฐที่ปิดคูหาเลือกตั้งแล้ว ตามข้อมูลสำนักข่าวเอพี เมื่อเวลา 11.00 น. ปรากฎว่า รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต นำห่างอยู่ที่ 209 เสียง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คณะผู้เลือกตั้ง 112 เสียง ส่วนสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น คาดการณ์ผลเลือกตั้ง ไบเดน ทิ้งห่างเช่นกั ที่ 192 ต่อ 108 หลังคาดการณ์ว่า ไบเดน ชนะในรัฐที่มีประชากรมากที่สุดอย่างแคลิฟอร์เนีย ได้ 55 เสียงคณะผู้เลือกตั้งไปครอง
ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องได้คะเเนนจากคณะผู้เลือกตั้ง หรือ Electoral College อย่างน้อย 270 เสียงจากทั้งหมด 538 เสียง
ผลคะแนนที่ออกมาจนถึงขณะนี้ เป็นไปตามฐานเสียงของผู้สมัครในแต่ละรัฐ การลุ้นผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจริงๆ จะมุ่งไปที่รัฐที่เรียกว่า battleground state หรือ swing state ที่คาดเดาผลเลือกตั้งล่วงหน้าได้ยาก แต่ใช้คาดคะแนผลแพ้ชนะในภาพรวม อย่างรัฐแอริโซนา จอร์เจีย ฟลอริดา มิชิแกน นอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน
( 11.00 น.) รัฐใหญ่อย่างฟลอริดา ค่อนข้างแน่นอนว่า ทรัมป์จะกวาดคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 29 เสียงไปครอง เวลานี้ ทรัมป์นำอยู่ 51.3 ต่อ 47.8 ขณะเหลือยังไม่นับอีกแค่ 3%
ส่วน นอร์ทคาโรไลนา เป็นอีกรัฐที่ต้องลุ้นตัวโก่งเช่นเดียวกับการเลือกตั้งแทบทุกครั้งที่ผ่านมา ผลนับคะแนนที่ยังเหลืออีกแค่ราว 10% ทรัมป์นำเฉือนไบเดนที่ 49.8 ต่อ 49.0
ซีเอ็นเอ็น ระบุว่าผลนับคะแนนเบื้องต้นในคืนวันที่ 3 พ.ย.ตามเวลาสหรัฐ ไมว่าจะเทไปทางทรัมป์ หรือไบเดน แต่เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องย้ำว่าเป็นผลเบื้องต้นจริงๆ ยังมีการโหวตทางไปรษณีย์ในสัดส่วนที่มากกว่าทุกครั้งเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งยังไม่ได้นับและจะเป็นตัวชี้ขาดผลแพ้ชนะในบางรัฐได้ โดยเฉพาะเพนซิลวาเนีย หนึ่งในรัฐที่คาดเดาผลไม่ได้ ที่จะเริ่มนับคะแนนในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น
สำหรับผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ใช่ผู้ที่ได้คะเเนนดิบของประชากรโดยรวมทั้งประเทศเหนือคู่แข่ง แต่ต้องได้คะเเนนจากตัวเเทนคณะผู้เลือกตั้งหรือ Electoral College มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง และในการเก็บคะเเนนจากคณะผู้เลือกตั้งในแต่ละรัฐ ผู้สมัครต้องได้คะเเนนจากประชาชนในรัฐนั้นๆ มากกว่าคู่แข่ง โดยแต่จะรัฐมีการจัดสรรจำนวนตัวแทน Electoral College ต่างกันตามจำนวนประชากร จากนั้น ตัวแทน Electoral College ของรัฐ จะลงคะเเนนสนับสนุนไปในทางเดียวกันทั้งหมดให้กับผู้ที่ได้คะเเนนโหวตสูงสุดจากประชากรของรัฐ
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี 4 ปีก่อน ทรัมป์ได้คะเเนนจาก Electoral College มากกว่าฮิลลารี คลินตัน แม้ว่าเธอได้คะเเนนรวมจากประชากรทั่วประเทศมากกว่าทรัมป์



