
"การศึกษาวิถีพุทธ"...
เมื่อวันที่ 12 มกราคมผ่านมาแล้วนั้น "มูลนิธิชาติภูมิ ป.อ.ปยุตฺ โต" ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มีการจัดงานบุญขึ้นให้แก่พระพรหมคุณาภรณ์ หรือท่านเจ้าคุณประยุทธ์ มีชาติภูมิบ้านเกิดเป็นชาวศรีประจันต์ ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน อ.สามพราน จ.นครปฐม ม
ผมไปงานนี้มาได้รับแจกหนังสือมีค่าที่ท่านเจ้าคุณเขียน มีหลายเล่มด้วยกัน เล่มหนึ่งชื่อว่า "สยามสามไตร" ว่าด้วยการศึกษาไทยวิถีพุทธ เห็นว่าเหมาะที่จะนำมาเผยแพร่เนื่องในโอกาสวันครู วันที่ 16 มกราคมวันนี้เป็นอย่างยิ่ง
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ในท้ายเรื่องมีตอนหนึ่งซึ่งพระพรหมคุณาภรณ์ได้กล่าวสรุปถึงเรื่องของ การศึกษาเอาไว้มีความว่าดังนี้
ถ้ามนุษย์พัฒนาดีมีการศึกษาที่ถูกต้อง ความสุขของเขาก็จะพัฒนาขึ้นด้วย อย่างน้อยก็พัฒนาพ้นจากความสุขแบบแย่งชิงเบียดเบียนกัน ขึ้นมาเป็นความสุขแบบประสานที่คนมีความสุขได้ด้วยกัน เราสุข เขาก็สุขด้วย
เหมือนอย่างพ่อแม่จะสุขต่อเมื่อลูกเป็นสุข ถ้าลูกไม่เป็นสุขพ่อแม่ก็สุขไม่ได้
โลกที่ดีที่ว่ามีการพัฒนา มีอารยธรรมจะต้องมีลักษณะอย่างที่ว่านี้คือเป็นโลกที่คนมีความสุขแบบประสาน คนรู้จักสุขด้วยกันถึงแม้จะยังอยู่ในขั้นหาความสุขก็รู้จักหาความสุขแบบที่เป็นการร่วมกันสุข ไม่ใช่ทำได้ แค่หาความสุขแบบแย่งกัน
พระพรหมคุณาภรณ์ท่านเห็นว่า ขณะนี้สังคมจมอยู่ใต้ปัญหาไม่ก้าวหน้าในการแก้ไขก็เพราะหากันแต่ความสุขแบบแย่งกันสุข เมื่อเป็นความสุขแบบแก่งแย่งก็เป็นธรรมดาที่จะต้องเบียดเบียนกัน เหมือนกับทำให้การเบียดเบียนกันกลายเป็นความจำเป็น
เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเข้ามาสู่การศึกษาที่ถูกต้องตามแนววิถีพุทธ ที่ให้ฝึกให้หัดที่จะพัฒนาความสุข ให้รู้จักที่จะมีความสุขแบบประสานที่ว่าสุขด้วยกันหรือร่วมกันสุข เมื่อเราสุขคนอื่นก็สุขด้วย เรายิ่งสุข เขาก็ยิ่งสุข เขายิ่งสุข เราก็ยิ่งสุข ถ้าพัฒนาในแนวทางอย่างนี้ก็ชัดเจนและแน่นอนว่าสังคมจะต้องดีขึ้น ข้อสำคัญหัวใจของเรื่องก็อยู่ที่ต้องมีการศึกษาซึ่งพัฒนามนุษย์ให้ถูกทางให้ได้มนุษย์ที่มีคุณภาพใหม่
พระพรหมคุณาภรณ์ท่านเห็นว่ามีแต่การศึกษาวิถีพุทธที่บูรณาการไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) ให้เกิดการพัฒนา (ภาวนา) ครบทั้ง 4 ประการนี้เท่านั้น ที่จะสัมฤทธิ์จุดหมายแห่งการมีชีวิตที่สุขเกษมดีงาม มีธรรมชาติที่รื่นรมย์และมีสังคมที่สันติสุข...
ครูหรือนักการศึกษาน่าจะได้ไปหาหนังสือเล่มนี้ที่ชื่อว่า "สยามสามไตร" ของท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) มาอ่านครับ



