
"ช่วยตำรวจถูกยิง"เปลี่ยนชีวิต...พลเมืองดี
ถึงแม้ว่าการช่วยเหลือตำรวจถูกยิงเมื่อ 8 ปีก่อนจะทำให้ "ศักดิ์ชัย เปลี่ยนลออ" ต้องถูกไล่ออกจากงาน เขาก็ไม่เคยเสียใจหรืออยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำเลยแม้แต่น้อย ?!!
ปี 2545 ศักดิ์ชัยทำงานเป็นพนักงานขับรถบริษัททำสติกเกอร์เซรามิกแก้วและจาน แต่ต้องถูกไล่ออก โทษฐานขับรถออกนอกเส้นทาง เพื่อนำ ส.ต.ท.ทวีมงคล แสงกิติกุล ผบ.หมู่ ป.สภ.ต.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งโรงพยาบาลเพราะถูกคนร้ายยิงเข้าหน้าท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส...วันนี้เขามีความสุขแบบพอเพียงอยู่กับครอบครัวอันอบอุ่น มีร้านขายของชำและให้บริการรับฝากรถใกล้ที่ทำการเขตหนองจอก กรุงเทพฯ ว่างๆ ก็ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในละแวกใกล้เคียงหาเงินจุนเจือครอบครัว
ศักดิ์ชัยในชุดเสื้อกั๊กสีส้ม เล่าว่าวันที่ 16 ตุลาคม 2545 เป็นวันพุธช่วงบ่ายแก่ๆ เขากับเพื่อนพนักงานฝ่ายการตลาดคนหนึ่งขับรถจากบริษัทออกถนนมอเตอร์เวย์ไปส่งของให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างทางการจราจรติดขัดมาก ครั้งแรกเข้าใจว่ามีอุบัติเหตุข้างหน้า เขาเริ่มหงุดหงิดเพราะเกรงจะไปส่งสินค้าไม่ทัน แต่เมื่อเปิดวิทยุฟังรายงานการจราจรทำให้ทราบว่ามีตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รถติด เขายอมรับว่าช่วงนั้นสับสนนิดหน่อย เพราะบางคนรายงานเข้าไปว่าเป็นการแสดงหนังไม่ใช่ของจริง กระทั่งไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งทำให้ชีวิตของชายหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ร่างของตำรวจหนุ่มนอนเลือดท่วมอยู่กลางถนน หายใจรวยริน ข้างๆ มีเพื่อนตำรวจร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากรถที่วิ่งผ่านไปมา ให้นำคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ทว่ากลับไม่มีใครใส่ใจช่วยเหลือ ส่วนใหญ่แค่ชะลอรถเหลียวดูแล้วก็ขับผ่านไป ยกเว้นศักดิ์ชัยที่หันไปมองหน้าเพื่อน เหมือนจะถามความสมัครใจ เมื่อเพื่อนพยักหน้ารับ รถนิสสัน เอ็นวี ที่มีศักดิ์ชัยเป็นคนขับจึงตรงเข้าไปจอดเทียบ แล้ววิ่งลงไปอุ้มคนเจ็บขึ้นกระบะหลัง ควบตะบึงมุ่งหน้าไป รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ส่งเสร็จก็เหยียบคันเร่งไปส่งของลูกค้าทันที
รายการวิทยุสัมภาษณ์เพื่อนตำรวจที่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณพลเมืองดีที่ช่วยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครทราบว่าศักดิ์ชัยเป็นพลเมืองดีคนนั้น
"พอผมไปส่งงานให้ลูกค้าเสร็จก็ขับรถกลับเข้าออฟฟิศ เล่าเรื่องให้เจ้านายฟัง ตอนนั้นผมไม่ได้ถูกต่อว่าอะไร แถมยังได้รับคำชมเชยเสียอีก" ศักดิ์ชัยเล่า
แต่แล้วเหตุการณ์กลับเปลี่ยนไปในอีก 3 วันถัดมา เมื่อตำรวจที่ศักดิ์ชัยช่วยเหลือเสียชีวิตลง เขาก็ถูกเจ้าของบริษัทให้ออกจากงาน ด้วยเหตุผลฝ่าฝืนคำสั่งขับรถออกนอกเส้นทาง พร้อมกับจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย 8,162 บาท !?!
"ผมพยายามอธิบายเหตุผลและขอร้องเถ้าแก่ว่า สิ่งที่ผมทำไปเป็นการช่วยเหลือสังคมก็ไม่ได้ผล เถ้าแก่ยังยืนยันคำเดิมคือผมต้องออกจากงานทันทีที่ได้รับเงินเดือน ตอนนั้นผมสับสนเหมือนกัน เพราะมีรายได้แค่เงินเดือนพนักงานขับรถเท่านั้น เมียก็พยายามปลอบใจ ให้กำลังใจ ประกอบกับมีคนติดต่อเข้ามาเสนอความช่วยเหลือเรื่องงาน ทำให้ผมมีกำลังใจ" ศักดิ์ชัย กล่าวอย่างมีสุข
เมื่อข่าวศักดิ์ชัยถูกไล่ออกจากงานกระจายออกไป กระแสสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ถึงความไม่เป็นธรรมของสังคม โดยเฉพาะการที่คนทำความดีแล้วไม่ได้ดี ตรงกันข้ามกลับถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม หลายฝ่ายจึงยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ทั้งเรื่องเงินและงาน แต่ศักดิ์ชัยเลือกที่จะไปทำงานกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ซึ่งเป็นงานที่เขาอยากทำมากที่สุด ควบคู่กับการเป็นอาสาสมัครหัวหน้าจุดตรวจหนองจอก 001 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แต่ทำได้ไม่นานก็ต้องเลิก เพราะลูกเมียไม่อยากให้ทำงานเสี่ยงอันตราย จนไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว
ถึงแม้จะผ่านไป 8 ปีแล้ว แต่ศักดิ์ชัยก็ยังมีความสุขกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป และไม่คิดเสียใจเลยแม้แต่น้อยจากผลที่ได้รับ ปัจจุบันที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างแยกที่ทำการเขตหนองจอก กรุงเทพฯ เช้าจรดเย็นจะเห็นศักดิ์ชัยหนุ่มกลางคนท่าทางใจดี สวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์รับส่งชาวบ้านอยู่เป็นนิจ ถึงแม้รายได้จะไม่มากมายอะไร แค่พออยู่ได้ ทว่าทุกครั้งที่ออกไปส่งลูกค้าก็มักจะยื่นมือช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้ที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้จะไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก แต่อย่างน้อยเขาก็ภูมิใจที่มีชีวิตอยู่ด้วยการเกื้อกูลเพื่อนร่วมทาง
...ถึงแม้ว่าการช่วยเหลือตำรวจในครั้งนั้นจะทำให้ศักดิ์ชัยตกงาน แต่กลับทำให้เขามีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น รวมถึงได้มีกิจการร้านขายของชำเล็กๆ เป็นของตัวเอง ?!!
บ่ายวันที่ 16 ตุลาคม 2545 มิจฉาชีพปลอมตัวเป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ต.และ ร.ต.อ.ไปบังคับขายบัตรงานสัมมนาป้องกันและปราบปรามยาเสพติดโต๊ะละ 2 หมื่นบาท ให้ร้านค้าแถวตลาดประตูน้ำพระอินทร์ อ้างตัวเป็นสารวัตรย้ายมาใหม่จะนำเงินไปใช้ปราบยาบ้าและให้เด็กพิการบ้านปากเกร็ด จ.ส.ต.สุเทพ แสงแก้ว กับ ส.ต.ต.อนุชิต โพธิ์สำโรง ผบ.หมู่ ป.สภ.ต.ประตูน้ำพระอินทร์ ได้รับคำสั่งให้ไปตรวจสอบ พบเป็นแก๊งตำรวจปลอมไหวตัวขับรถโตโยต้า ทะเบียน กข 9454 ปทุมธานี หลบหนี โดยมี จ.ส.ต.สุเทพ กระโดดเกาะกระโปรงหน้า แต่ถูกสะบัดตกรถได้รับบาดเจ็บ
ระหว่างนั้น ส.ต.ท.ทวีมงคล แสงกิตติกุล กับ ส.ต.ท.ภูมิชาย สุทธิศีลคุณ ผบ.หมู่ ป.สภ.ประตูน้ำพระอินทร์ กำลังออกตรวจพบเห็นรถต้องสงสัยแถวถนนวงแหวนตะวันออกจึงสกัดจับ เกิดการยิงต่อสู้ ส.ต.ท.ทวีมงคล ถูกยิงเข้าหน้าอกและช่องท้องบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในอีก 2 วันต่อมา อย่างไรก็ดี ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ 2 คน ได้แก่ นายวรรณา เทียนดี กับ จ.ส.ต.สมพงษ์ แท่นแก้ว อดีตตำรวจนอกราชการ
ทั้งนี้ ส.ต.ท.ทวีมงคล เป็นชาวพัทลุง จบจากโรงเรียนตำรวจภูธร 9 ยะลา เพิ่งติดยศ ส.ต.ท.ได้เพียง 2 วันก่อนจะมาประสบเหตุ เมื่อปี 2538 ส.อ.ฤทธิชัย แสงกิตติกุล พี่ชายซึ่งเป็นทหารหน่วยข่าวกรอง กรมทหารที่ 15 นครราชสีมา ก็ถูกผู้ก่อการร้ายซุ่มยิงถึงแก่ความตาย



