
ฝรั่งเศสเฝ้าระวังก่อการร้ายสูงสุดเซ่นเหตุแทงประชาชนกลางโบสถ์
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสยกระดับการเฝ้าระวังก่อการร้ายสูงสุด เซ่นเหตุแทงประชาชนกลางโบสถ์ ประณามขี้ขลาดและป่าเถื่อน
ฌอง กัสเต็กซ์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ตุลาคม 2563) ยกระดับการเฝ้าระวังเหตุก่อการร้ายทั่วประเทศเป็นระดับฉุกเฉินหรือระดับสูงสุด หลังจากเกิดเหตุคนร้ายใช้มีดสังหารประชาชนในเมืองนีซ
กัสเต็กซ์ กล่าวประณามเหตุกาณ์ดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดและป่าเถื่อน พร้อมเสริมว่า การประชุมสภากลาโหมจะมีขึ้นในช่วงเช้าวันศุกร์ (30 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น
อนึ่ง เมื่อช่วงเช้า (29 ต.ค.) เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดทำร้ายคนจนเสียชีวิต 3 ราย ที่ โบสถ์นอเทรอดาม ใจกลางเมืองนีซของฝรั่งเศส โดยผู้ก่อเหตุถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา โดยหน่วยต่อต้านก่อการร้ายของสำนักงานอัยการฝรั่งเศส (PNAT) ระบุว่า จะดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวทาง “การพยายามฆ่าที่เกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้าย”
ฝรั่งเศสนั้นจัดทำแผนการป้องกัน (Vigipirate plan) เพื่อเป็นเครื่องมือต่อสู้กับการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งในปี 2015 และ 2016 โดยแผนดังกล่าวมีการแจ้งเตือนแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรกคือ “เฝ้าระวัง” (vigilance) หมายถึง การรักษาความปลอดภัยถาวร ระดับที่ 2 คือ “ยกระดับการรักษาความปลอดภัย - เสี่ยงเกิดเหตุโจมตี” (enhanced security-attack risk) หมายถึง มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุก่อการร้ายสูง และระดับที่ 3 คือ “เหตุโจมตีฉุกเฉิน” (attack emergency) หมายถึง เกิดเหตุโจมตีหรือความเสี่ยงที่จวนจะเกิดขึ้นของการก่อการร้าย
เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลฝรั่งเศส ระบุว่า การแจ้งเตือนระดับเหตุโจมตีฉุกเฉินสามารถถูกประกาศได้ทันทีหลังเกิดเหตุร้ายแรง หรือมีกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติที่สามารถระบุตัวตนได้เข้ามาก่อให้เกิดความเสี่ยง และเมื่อมีการประกาศใช้แล้ว แผนดังกล่าวจะทำให้ทางการสามารถระดมทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเผยแพร่ข้อมูลเพื่อป้องกันประชาชนในช่วงวิกฤติ
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่สืบสวนและตำรวจกำลังปฏิบัติงานใกล้กับจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้มีดแทงประชาชนจนเสียชีวิตที่โบสถ์ในเมืองนีซทางตอนใต้ของฝรั่งเศส วันที่ 29 ต.ค. 2020)
CR : xinhuathai.com
#ถูกสุดในรอบปีแจกคูปอง 1,111.-ช้อปเลยลาซาด้า



