
ตร.โต้ทำลายหลักฐานยิงสนั่นร้านนวด ยันส่งเซิร์ฟเวอร์กล้อง 16 ตัวให้ พฐ.แล้ว
ตำรวจเรียกเมียผู้บาดเจ็บยิงหน้าร้านนวดย่านฝั่งธนฯให้ข้อมูล พร้อมเผยส่งเซิร์ฟเวอร์กล้องที่เกิดเหตุ 16 ตัวให้ พฐ.แล้ว ยันไม่มีการทำลายหลักฐาน ด้านเจ้าของร้านยัน "เสี่ยโป้" ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร้าน
จากเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าร้านนวดแผนไทย ถนนราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ ทำให้มีผู้บาดเจ็บนั้น ล่าสุดทาง พล.ต.ต.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (ผบก.น.9) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ สน.ภาษีเจริญ ว่า
เมื่อช่วงบ่ายทาง ผกก.สน.ภาษีเจริญ เชิญตัวนางสาวมด ภรรยาของนายณัฐพงษ์ คล่องบัญชี หนึ่งในผู้บาดเจ็บมาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสาธารณะ เพราะขณะนี้มีความเข้าใจผิดว่าตำรวจช่วยเหลือและปกปิดหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์รายอื่นมาให้ข้อมูลกับตำรวจ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครเป็นคนทำผิด แต่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดอื่นด้วยหรือไม่
พร้อมยืนยันขณะนี้ตำรวจส่งเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมกล้องบริเวณที่เกิดเหตุทั้ง 16 ตัว ให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่มีการทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างแน่นอน และจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ขณะนี้ร่วมกันกับกองสืบบช.น. และ สน.ภาษีเจริญ รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดรวมไปถึงเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
ขณะที่ นายโกศล เกรียงธนาศักดิ์ อายุ 58 ปี เจ้าของร้านนวดแผนไทย ย่านถนนราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ โดยนำเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการร้านนวดมาแสดงเพื่อยืนยันว่าร้านได้ขออนุญาตเปิดกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยืนยันว่าช่วงเวลาเกิดเหตุร้านได้ปิดให้บริการแล้ว และตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยอมรับว่ารู้จักกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองฝ่าย ทั้งกลุ่มของเสี่ยโป้ และกลุ่มวัยรุ่นย่านจรัญสนิทวงศ์ โดยทั้งสองกลุ่มเป็นเพื่อนสนิทกัน และมักจะมาใช้บริการที่ร้านบ่อย เพราะบ้านของเสี่ยโป้อยู่ใกล้ร้านของตน
"เรื่องที่เกิดขึ้นผมไม่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายมีปัญหาอะไรกันบ้าง ยืนยันว่าตนและร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่ตอนนี้ได้รับผลกระทบแล้ว เพราะตำรวจขอให้ปิดการให้บริการชั่วคราว เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นจุดเกิดเหตุ"
นายโกศล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกล้องวงจรปิดของทางร้านได้เปิดเซิร์ฟเวอร์ให้ตำรวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไปทั้งหมดแล้ว จะใช้การได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ เนื่องจากตนเพิ่งเข้ามารับช่วงร้านต่อได้ประมาณ 3 ปี และไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกล้องวงจรปิดจากเจ้าของเดิม จึงไม่รู้ว่ากล้องวงจรปิดสามารถใช้การได้หรือไม่ และเสี่ยโป้ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร้านของตนแต่อย่างใด
ทางด้าน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (รอง ผบก.น.9) กล่าวว่า มีกลุ่มผู้เสียหายที่อยู่ในเหตุการณ์ 3 ราย เป็นฝั่งวัยรุ่นจรัญสนิทวงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์รายการทีวีต่างๆว่าชนวนเหตุเกิดจากกลุ่มนายบุ๊ค น้องเสี่ยโป้ กับกลุ่มพวกตนเจอหน้ากันแล้วเขม่นไม่ชอบใจ จนลุกลามไปถึงโพสต์เฟซบุ๊กท้าทายกันไปมา จึงทำให้เสี่ยโป้นัดทั้งสองกลุ่มให้เข้ามาเคลียร์ปัญหากัน แต่เรื่องกลับกลายเป็นเสี่ยโป้ที่เป็นคนถืออาวุธปืนขึ้นมายิงหลายนัด ซึ่งข้อมูลตรงนี้ไม่มีอยู่ในสำนวนคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยากให้เข้ามาให้การกับพนักงานสอบสวนเพื่อจะได้สรุปสำนวนคดีดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
#ลาซาด้าจัดโปรแรงดีล11บาทส่งฟรีทั่วไทย



