ข่าว

24ชั่วโมงตามล่าฆ่า..เสี่ยสิงคโปร์

24ชั่วโมงตามล่าฆ่า..เสี่ยสิงคโปร์

14 ม.ค. 2553

ด้วยความโลภโมโทสัน ทำให้สองสามีภรรยาร่วมกับเพื่อนชายรวม 3 คน ร่วมกันก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นักธุรกิจเมืองลอดช่อง แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด ถูกติดตามจับกุมได้ภายใน 24 ชั่วโมง !?!

 นายเตียว อา ยู นักธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ วัย 65 ปี แต่งงานอยู่กินกับผู้หญิงไทยคนหนึ่ง พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระหว่างเมียไปทำงานที่เขตปกครองพิเศษไต้หวัน เขามักจะพาหญิงบริการมากหน้าหลายตาเข้ามาที่บ้านเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน...กลางดึกวันที่ 12 มกราคม ต่อเนื่องเช้ามืด 13 มกราคม 2553 เขาได้พาหญิงสาวร่างท้วม ผิวคล้ำ ไว้ผมยาวประบ่า ซึ่งนักธุรกิจลอดช่องมักพามาที่บ้านเป็นประจำ จนเพื่อนบ้านข้างเคียงรู้เห็นและรับรู้กันดีว่าชื่อ "อุ๊" หลังจากนั้นไม่นานช่วงสายๆ วันเดียวกัน เตียว อา ยู ก็กลายเป็นศพเปลือยอยู่ลานกว้างใกล้โครงการหมู่บ้านจัดสรร หมู่ 1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อย่างมีเลศนัย

 เตียว อา ยู ถูกทำร้ายแล้วรัดคอด้วยเข็มขัดหนัง มัดมือและเท้าด้วยเชือกไนลอน แต่สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเกิดจากถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง สิ้นใจตายก่อนจะถูกรัดคอ ?!!

 พ.ต.ท.มนตรี รอดปราณี รอง ผกก.สส.รักษาการแทน ผกก.สภ.ศรีราชา สั่งการให้ พ.ต.ต.ศิริศักดิ์ วงษ์วิวัฒน์ สว.สส. เร่งติดตามคนร้ายให้ได้โดยเร็ว โดยชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักผู้ตาย เลขที่ 407/140 หมู่ 3 หมู่บ้านศรีราชาแลนด์ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แต่ไม่มีใครอยู่ และไม่พบร่องรอยงัดแงะ ต่อสู้ หรือรื้อค้น

 จากการสอบถามเพื่อนบ้านหลายคนให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก โดยเฉพาะในประเด็นการพาผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในบ้านบ่อยครั้งยามที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวที่ชื่อ "อุ๊" ซึ่งช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่ตำรวจรับแจ้งพบศพนักธุรกิจลอดช่อง หญิงคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์มากับผู้ชายคนหนึ่งเข้าไปในบ้านผู้ตาย ก่อนจะยกกล่องใหญ่ใบหนึ่งออกจากบ้าน

 "พฤติกรรมของผู้เสียชีวิตไม่ค่อยชอบพกเงินสดติดตัวคราวละมากๆ พอทีละน้อยๆ ถ้าต้องการใช้เงินก็จะนำสมุดบัญชีไปถอนที่ธนาคาร จะไม่ถอนจากตู้เอทีเอ็ม นอกจากนี้ยังชอบเที่ยวเตร่ในละแวกเกาะลอย ศรีราชาด้วย" พ.ต.ท.มนตรี กล่าวซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่พบเป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ตกอยู่ใกล้ศพ

 เมื่อได้ข้อมูล ชุดสืบสวนจึงออกหาข่าวเกี่ยวกับหญิงบริการนามว่า "อุ๊" และตามหาเบาะแสรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีแดง กระทั่งได้เบาะแสว่าหญิงคนที่กำลังตามหาพักอาศัยอยู่ที่เสาวณีย์อพาร์ตเมนต์ เมื่อเดินทางไปถึงก็พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ทะเบียน งบย 753 ชลบุรี จอดอยู่ สอบถามพยานแวดล้อมให้การว่าเป็นของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในหอพัก จึงไปเชิญตัวมาสอบปากคำ คือ "วิรัตน์ ผูกสุวรรณ์" อายุ 47 ปี กับ "เบญจมา เสมอวงศ์" วัย 29 ปี

 เบื้องต้นสองสามีภรรยาให้การปฏิเสธ จนชุดสืบสวนค้นห้องพักพบตั๋วจำนำจากโรงรับจำนำแห่งหนึ่ง ซึ่งรับจำนำโทรทัศน์สี 21 นิ้วของผู้ตายไว้ จนทั้งสองกลับคำให้การว่าเป็นคนสังหารนักธุรกิจลอดช่องจริง โดยร่วมกับ "สุชาติ บันลือเสียง" อายุ 36 ปี ที่ยังหลบหนีอยู่ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นจึงเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของเหยื่อ ได้ทรัพย์สินเป็นโทรทัศน์สีซัมซุง 21 นิ้ว 1 เครื่อง เครื่องเล่นซีดี สร้อยคอสเตนเลส และเงินสด 3,000 บาท

 เบญจมาให้การต่อชุดสืบสวนว่า เธอรู้จักกับเตียว อา ยู มานานแล้ว และมักจะพาเธอไปที่บ้านของเขาหลายครั้ง ทว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่หนุ่มใหญ่รายนี้รู้จัก ยังมีผู้หญิงบริการอีกหลายคนที่เข้านอกออกในบ้านของเขาได้อย่างสะดวก บางคนก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี เธอคิดว่าเขาน่าจะมีเงินมากพอดูที่ทำเช่นนั้นได้ ประกอบกับเป็นชาวต่างชาติด้วย จึงวางแผนกับวิรัตน์สามีกับสุชาติเพื่อนชายร่วมกันชิงทรัพย์ โดยวางแผนล่อให้ออกมาจากบ้าน ออกอุบายว่าจะไปดูคอนโดมิเนียมราคาถูก ให้มาเจอกันยังจุดเกิดเหตุ โดยมีทั้งสามรออยู่ก่อนแล้ว

 "พอลุงเขามาถึงก็รุมทำร้ายร่างกาย จากนั้นก็รื้อค้นทรัพย์สินในตัว แต่ก็ได้เงินมาแค่นิดหน่อย ไม่มากเท่ากับที่คาดเอาไว้ จึงเอากุญแจบ้านในกระเป๋ากางเกง แล้วขี่รถจักรยานยนต์มีสามีซ้อนท้ายไปบ้านที่ของลุง ไขประตูเข้าไปลักทรัพย์สินพอมีราคาออกมา แล้วก็เอาไปจำนำได้เงินมาแค่ไม่กี่พันบาท กระทั่งตำรวจตามมาจับกุม สารภาพว่าที่ทำไปเพราะความโลภจริงๆ" เบญจมา กล่าว