ข่าว

หนุนรัฐขายข้าวจีทูจีชิงตลาดอาเซียน

หนุนรัฐขายข้าวจีทูจีชิงตลาดอาเซียน

14 ม.ค. 2553

ผู้ส่งออกแนะรัฐบาลวางแผนระบายข้าวในสต็อกรัฐให้ชัดเจน เชื่อแบ่งขายเป็นลอตไม่กระทบราคาตลาด หนุนเป็นแกนขายข้าวแบบจีทูจีชิงตลาดอาเซียนก่อนเวียดนามแย่งไปหมด

 น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า จากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟตา ในแง่ของการส่งออกข้าวของไทยนั้น มองว่าอาฟตาจะมีส่วนช่วยให้ไทยขยายการส่งออกในกลุ่มประเทศที่นำเข้าข้าวในอาเซียนได้มากขึ้น เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เนื่องจากที่ผ่านมาไทยส่งขายข้าวให้แก่ภาคเอกชนในประเทศเหล่านี้แต่ยังไม่ได้มีการขยายแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ซึ่งรัฐบาลไทยควรจะเป็นแกนนำในการเข้าไปขายข้าวแบบจีทูจีกับผู้นำประเทศในอาเซียนก่อนที่เวียดนามจะแย่งส่วนแบ่งตลาดไปทั้งหมด

 "ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่า รวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ข้าวไทยราคาสูงกว่าข้าวทุกประเทศในโลกและมีแนวโน้มจะสูงขึ้นไปได้อีก ดังนั้นหากจะแข่งขันในด้านราคาก็คงไม่สามารถทำได้ ไทยจะต้องพัฒนาคุณภาพข้าวให้เป็นข้าวพรีเมียมที่มีคุณภาพดีสมราคา รวมถึงการระบายขายข้าวแบบจีทูจี ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นด้วยแม้จะขายขาดทุนบ้างก็ต้องยอม เพราะเก็บสต็อกไว้ก็ไม่มีประโยชน์” น.ส.กอบสุข กล่าวและว่า

 การสั่งระงับขายข้าว 3 แสนตันจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้น โดยส่วนตัวมองว่าการขายข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมาทำงานค่อนข้างล่าช้า ในช่วงที่ข้าวราคาสูงก็ไม่ระบายออกมาจนราคาข้าวตกลงทำให้ขาดทุน ก็ไม่ยอมขาย อีกทั้งกระแสการขายข้าวของรัฐบาลแต่ละครั้งก็มีส่วนสำคัญในการกดราคาข้าวในตลาด ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีการวางแผนขายข้าวที่ชัดเจน เช่น บอกมาเลยว่าจะระบายข้าวออกมาในปีนี้จำนวนเท่าไร และแบ่งขายออกมาเป็นลอตๆ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อราคาข้าว โดยจะสามารถขายข้าวได้ทั้งที่ราคาอยู่ในระดับสูง และบางช่วงราคาอาจจะตกลงมา แต่ก็ไม่น่ามีผลกระทบมากนัก

 ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกข้าวได้ 8.6 ล้านตัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่จำนวน 8.5 ล้านตัน โดยในปีนี้ตั้งเป้าส่งออกข้าวไว้ที่ 9-9.5 ล้านตัน และหากรัฐบาลระบายข้าวในสต็อกออกมาซึ่งมีอยู่ประมาณ 5-6 ล้านตัน ก็จะเพิ่มยอดการส่งออกข้าวในปีนี้ให้ถึง10 ล้านตันได้