ข่าว

เสียกอบแต่ได้กำ

เสียกอบแต่ได้กำ

15 ม.ค. 2553

นับเป็นข่าวดีรับปีใหม่อีกข่าวหนึ่ง เมื่อมีแนวโน้มว่าความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบียเริ่มสดใสมากขึ้น ถึงขั้นพร้อมจะยกระดับความสัมพันธ์กลับคืนสู่ระดับปกติอีกครั้ง หลังจากซาอุฯ ลดระดับความสัมพันธ์ลงมานานถึง 20 ปี หลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้อง พล.ต

 ในคดีอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พระญาติของกษัตริย์ไฟซาล หลังจากคดีนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าจนใกล้จะหมดอายุความในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเท่ากับคลายเงื่อนไขที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศเย็นชามานาน เหลืออีกเพียง 2 เงื่อนไขที่มีความสำคัญรองลงมา ไม่ว่าจะเป็นคดีเพชรซาอุฯ และคดีสังหารนักการทูตชาวซาอุฯ

 ถึงแม้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะยืนยันว่ากระบวนการต่างๆ จะดำเนินไปตามหลักกระบวนการยุติธรรม โดยรัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซง แต่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คดีอาญาคดีนี้มีการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาแทรก เห็นได้ชัดจากการที่นายนาบิล ฮุสเซน อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เวียนขอพบนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนี้ ตั้งแต่นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายอภิสิทธิ์ เพื่อติดตามและกดดันให้มีความคืบหน้าในการตามคดีนี้ โดยขู่กลายๆ ว่าไทยจะสูญเสียโอกาสและประโยชน์มหาศาล ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้า การส่งออกแรงงานและการท่องเที่ยว หากปล่อยให้คดีนี้หมดอายุความ

 ขณะเดียวกันก็เป็นความฉลาดของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เช่นกัน ที่ตอบสนองความเคลื่อนไหวของอุปทูตซาอุฯ ในทางบวก หนำซ้ำยังเหมือนกับยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว หนึ่งนั้นเท่ากับโยนเผือกร้อนให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินคดีนี้ หนึ่งนั้นแสดงให้ซาอุฯ เห็นว่ารัฐบาลมีความจริงใจอยากจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี แต่ผลพลอยได้ที่เป็นกอบเป็นกำในอนาคตก็คือภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะภาคแรงงาน แม้ว่าขณะนี้ซาอุฯ จะไม่ใช่สวรรค์ของแรงงานต่างชาติเหมือนในอดีต แต่เชื่อว่าการส่งออกแรงงานครั้งใหม่สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศได้ในระดับหนึ่ง ไม่นับรวมถึงอนาคตอันสดใสในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งแต่เดิมตลาดซาอุฯ ถือเป็นตลาดใหญ่ของไทย มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก

 ที่สำคัญก็คือ หลายฝ่ายวาดหวังว่า การส่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม และพวกอีก 4 คน จะเป็นต้นแบบการคลี่คลายคดีลักพาตัวทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเชื่อว่าถูกอุ้มฆ่าเช่นกัน รวมไปถึงการรื้อฟื้นและสืบสวนคดีอุ้มฆ่าอีกหลายคดีในภาคใต้ ถ้าหากคลี่คลายคดีเมื่อไร โดยอาศัยต้นแบบจากคดีอุ้มฆ่านายอัลรูไวลี่ เชื่อว่าปัญหาภาคใต้ก็จะค่อยๆ สงบลงได้