ข่าว

กลั่นจากใจ ตร.คฝ.แม้จะถูกทุบกระทืบรถ มองหน้าไปก็มีแต่ลูกหลานทั้งนั้น

กลั่นจากใจ ตร.คฝ.แม้จะถูกทุบกระทืบรถ มองหน้าไปก็มีแต่ลูกหลานทั้งนั้น

23 ต.ค. 2563

กลั่นจากใจ ตร.คฝ.แม้จะถูกทุบกระทืบรถ มองหน้าไปก็มีแต่ลูกหลานทั้งนั้น

จากสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น ผู้ที่คอยปฎิบัติหน้าที่ในการเคลียร์พื้นที่ และควบคุมสถานการณ์ม็อบ ก็คือ ตำรวจควบคุมฝูงชน ล่าสุดมีอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกแชร์ผ่านทางเฟซบุ๊กเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรายหนึ่ง ที่ได้เผยความในใจ ในวันที่ต้องเข้าควบคุมฝูงชน ในขณะที่มีเด็กประมาณ 200-300 คน มาปิดล้อมขบวนรถ กระทืบหลังคารถ และ ทุบรถ 

..หนึ่งสถานการณ์จดจำ. ที่ขณะนำกำลังไปแยกเฉลิมเผ่าตามคำสั่ง ระหว่างเดินทาง ได้ถูกกลุ่มเด็กๆ ประมาณ 200-300 คน มาปิดล้อมขบวนรถ มีเด็กกระโดดขึ้นบนหลังคารถ กระทึบหลังคารถนำที่เรานั่งอยู่ หลายคนใช้มือทุบรถเรา และไปรุมล้อมรถตู้ลูกน้อง ใช้มือทุบรถต่างๆนานา เด็กหลายคนตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย หลายคนแสดงอาการเกรี้ยวกราด เราเห็นสีหน้า อาการของเด็กๆที่โกรธแค้น.. เราเข้าใจความรู้สึกของเด็กๆที่เพิ่งถูกฉีดน้ำสลายการชุมนุมออกมา.. เราเข้าใจสถานการณ์ว่าถ้าให้ลูกน้องออกมาจากรถเพื่อตอบโต้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ต้องได้รับบาดเจ็บกัน ซึ่งเด็กๆเหล่านี้ เป็นลูกหลานพวกเรา.. เราเชื่อว่าลูกน้องเราทุกคนไม่มีใครอยากทำร้ายเด็กแน่นอน. แต่เราไม่แน่ใจว่า เด็กเหล่านี้จะทำสิ่งรุนแรงอย่างใดหรือไม่ หรือจะมีมือที่สามแอบทำอะไรหรือไม่ จึงตัดสินใจ สั่งไม่ให้ลูกน้องออกจากรถ เพื่อเลี่ยงการปะทะใช้ความรุนแรง..ถึงแม้ว่าลูกน้องเรา 150 คน ที่ได้รับการฝึกมา มีวินัยมีความพร้อม มีอุปกรณ์  สามารถรับมือและควบคุมเด็กๆเหล่านี้ได้ก็ตาม แต่เราคิดว่าไม่เป็นผลดีที่จะให้ออกมาปะทะ เราจึงพยายามใช้การพูดคุยเจรจา..

 ..ขณะที่เจรจาและรายงานหน่วยบังคับบัญชาอยู่นั้น ก็จะได้รับโทรศัพท์กดดันให้เราสั่งลูกน้องออกมาเคลียผลักดันและเปิดเส้นทาง สลับกับการรับโทรจากผู้บังคับบัญชาหลายคนสอบถามเหตการณ์  ทั้งสั่งให้ลุย สั่งให้ถอย  เราต้องรับทั้งโทรศัพท์จากนายหลายๆคน. ต้องตอบวิทยุที่สอบถามสั่งการมาตลอด เราต้องพยายามพูดคุยเจรจากับเด็กๆ พร้อมๆกับคอยสั่งการลูกน้องในขบวนอีก..เป็นสถานการณ์ที่เราต้องทำพร้อมๆถึง 4 สถานการณ์ในเวลาเดียวกัน (เหนื่อยมากกดดันมาก)... 

ต่อมา มีผู้กำกับ สน.พญาไท พาตำรวจจราจร เดินเข้ามาช่วยเจรจากับเด็กๆ..เรากับผู้กำกับจึงร่วมกัน. เดินเจรจาและนำรถออกจากจุดได้โดยไม่มีการปะทะหรือใช้ความรุนแรงใดๆ  แต่ก็แอบหวั่นๆอยู่ในใจตลอด ว่าขณะที่เราเดินขอให้เด็กๆเปิดทางให้นั้น จะมีใครเข้ามาทำร้ายเราหรือไม่ ซึ่งก็ระมัดระวังตัว ใช้การยิ้มเบิกทางพร้อมขอให้ตำรวจจราจรกับลูกน้องเราสองคนเดินปิดบังคุ้มกันจนผ่านออกมาได้ ..
  .

. หลังจากที่ออกจากการโดนล้อมมาแล้ว ขณะที่กำลังก็ตรวจจำนวนลูกน้องที่จุดพักคอยอยู่นั้น. ก็ได้รับคำสั่งให้นำกำลังไปช่วยที่สี่แยกปทุมวันอีก โดยมีตำรวจจราจรมานำขบวนเราไป.. ตำรวจจราจรดันพาขบวนเรากลับไปผ่านที่สี่แยกราชเทวี (ซึ่งเป็นจุดถูกล้อม) ได้พบกับผู้กำกับ สน.พญาไท อีกครั้ง. ท่านถามเราว่า "พี่กลับมาอีกทำไม เด็กๆยังอยู่กันเต็มเลย" เราก็บอกว่า มีคำสั่งให้จราจรพากำลังพลของเราไปช่วยที่แยกปทุมวัน.. ผู้กำกับได้บอกเราว่า ผ่านไปไม่ได้เพราะมีกลุ่มเด็ก (กลุ่มเดิม)จำนวนมากขวางถนน เกรงจะเกิดความรุนแรงและปะทะแน่นอน. เราจึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมทั้งตัดสินใจสั่งลูกน้องกลับรถ  กลับไปที่ตั้ง..
  ..เป็นเหตการณ์ที่เราเหนื่อยมาก แต่ก็ดีใจ ที่ผ่านมาได้โดยดี..เรามีความสุขมาก ในวันที่เราพาลูกน้องส่งถึงครอบครัว ถึงคนรักของเขา โดยไม่มีใครบาดเจ็บ..  และเป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. ที่ ให้ชุด คฝ. ปฏิบัติงานโดย  ไม่ใช้ความรุนแรง เลี่ยงการปะทะ ใช้ความอดทนอดกลั้น เด็กๆคือลูกหลาน..  เราพร่ำบอกลูกน้องตลอดว่า เราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เรามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับทุกคน..
  ....ขอให้สถานการณ์จบลงโดยเร็ว...

CR.ภัทรวุฒิ อัครภัทร