
ม็อบขีดเส้นตาย นายกฯต้องลาออก พรุ่งนี้
"ไผ่ ดาวดิน - มายด์" ย้ำชัดจุดยืนขีดเส้นตายพรุ่งนี้ "นายกฯตู่" ต้องลาออก หากไม่ทำตามพร้อมยกระดับการชุมนุม -อ่านแถลงการณ์ 5 ข้อเรียกร้อง ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับโดยไม่มีเงื่อนไข- หยุดคุกคามประชาชน -นายกฯต้องลาออก ลั่นจะไม่กลับหากยังไม่ทำตามข้อเรียกร้อง
เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ หน้าเรือจำพิเศษกรุงเทพ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ"ไผ่ ดาวดิน" ได้ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ใจความว่า ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จับกุมเพื่อนของเราหลายคนจากการชุมนุมโดยสงบ บางคนถูกจับกุมในยามวิกาล หรือบางคนถูกจับกุมโดยไร้หมายเรียก ทำให้ในขณะนี้ยังคงมีเพื่อนอีกหลายคนของเราอยู่ในเรือนจำ
ฉะนั้นภาคีนิรนามจึงมองเห็นว่าการที่ทุกคนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม จึงถือว่าเพื่อนเราเป็นนักสู้ไม่ใช่นักโทษ เพื่อนเราจึงไม่ควรถูกขังและจำกัดอิสรภาพจากกระบวนการอยุติธรรมที่มันเกิดขึ้น
ดังนั้นเราจึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของภาคีนิรนามและทำตามประชาชนผู้ที่ไม่อดทนกับรัฐเผด็จการ ดังต่อไปนี้
1. ปล่อยตัวเพื่อนเราโดยไม่มีเงื่อนไข ที่สำคัญคือนักสู้ไม่ควรอยู่ในคุก
2. ยุติการคุกคามประชาชนหยุดการใช้กฎหมายปิดปากและการคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งนี้ต้องยกเลิกการดำเนินคดีกับแกนนำและผู้ชุมนุมที่ผ่านมาด้วย
3. ประยุทธ์ ต้องลาออกภายในวันที่ 24 ต.ค. 63
4. เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามร่างที่ประชาชนเสนอต้องปิดสวิตช์ส.ว.ทันที
5.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
เราจะปักหลักรอเสียงตอบรับข้อเรียกร้องของเราจากรัฐที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอเชิญคนคิดถึงเพื่อนทั่วฟ้าเมืองไทยและประชาชนที่ไม่อดทนต่อเผด็จการเข้าร่วม พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐส่งเพื่อนของเรากลับคืนมาและส่งแรงผลักดัน 5 ข้อเรียกร้องที่เรามุ่งหวัง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันที่ 23 ต.ค.63 เป็นต้นไป "เพื่อนไม่ออก เราไม่กลับ"
ต่อมา น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ หนึ่งในแกนนำเยาวชนปลดแอก พร้อมด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและแกนนำกลุ่ม"คณะราษฎรอีสาน" ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับกิจกรรมการชุมนุม "นอนแคมป์ ไม่นอนคุก" ปักหลักพักค้างที่หน้าเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้ "ปล่อยตัวกลุ่มแกนนำมวลชนคณะราษฎร 2563 ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า ค่อนข้างเป็นห่วงสวัสดิภาพของเพื่อนแกนนำที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ การจับกุมตัวแกนนำหรือนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะที่ผ่านมาการจับกุมแกนนำต่างๆมักเป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายในทางที่ไม่ชอบ อีกทั้งสิ่งต่างๆที่พวกเราพยายามเรียกร้องนั้นก็เพื่ออยากให้สังคมดีขึ้น และต้องการให้ประชาชนได้มีรัฐบาลที่ทำหน้าที่เพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง ส่วนเหตุผลที่ทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมลงถนนมากในช่วงนี้ นั่นเป็นเพราะรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนต้องลงถนน และทุกครั้งที่มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชนเพื่อสลายการชุมนุมที่ผ่านๆมา ยืนยันว่าประชาชนไม่ใช่เป็นผู้เริ่มและไม่เคยมีความต้องการที่จะให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพราะเราขุมนุมโดยสันติวิธี ส่วนการชุมนุมในวันนี้ก็เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแกนนำที่เหลือ สุดท้ายนี้อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่า ท่าทีของกลุ่มผู้ชุมนุมหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร ทุกสิ่งอย่างขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาล
ด้านนายจตุภัทร์ กล่าวว่า ยังคงยืนยันในข้อเรียกร้องเดิมคือการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ล้วนมีต้นเหตุมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยรับฟังเสียงของพวกเรา เราเพียงแค่ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นเพื่อพวกพ้องตัวเอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ
สำหรับข้อเรียกร้องล่าสุดที่มวลชนยื่นให้ไปนั้นหากครบกำหนด3 วันในการพิจารณาแล้ว ทาง พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ยืนยันว่าการชุมนุมจะมีการยกระดับเพิ่มขึ้น และ จะพยายามเคลื่อนไหวต่อสู้ทุกวิถีทาง แม้ว่าในวันที่ 26-27 ต.ค. 2563 จะมีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ขึ้นก็ตามแต่ก็ยังคงยืนยันตามเดิมว่าในวันพรุ่งนี้หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมลาออกจะยกระดับการชุมนุมอย่างแน่นอน เพราะการประชุมดังกล่าวเป็นเรื่องของผู้แทนที่ทำหน้าที่ในสภา ไม่เกี่ยวกับพวกตน ที่เคลื่อนไหวในส่วนของประชาชน
“ทุกวันนี้กฎหมายไม่ยุติธรรม อีกทั้งที่ผ่านมารัฐยังคงใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหากับประชาชน ในวันที่ตนถูกจับกุมก็ยังถูกเจ้าทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบบ้องหู ทุบตี“ นายจตุภัทร์ กล่าวทิ้งทาย
บรรยากาศเวลา20.30 มีการฉีดพ่นสีเขียนลงบนผ้าและพื้นถนนด้วยถอยคำต่างๆนานาเรียกร้องให้ผู้ที่สูญหายเช่นทนายสมชาย
ต่อมา "ไผ่ ดาวดิน" ขึ้นเวทีร้องเพลงให้กำลังใจเพื่อนๆที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกันเปิดแฟตโทรศัพท์และชู้ป้ายรูปภาพคนที่อยู่ในเรือนจำ
กลุ่มผู้ชุมนุมจัด"สตรีทอาร์ท ปฏิมากรรมท้องถนน" พ่นสีขับไล่บิ๊กตู่ รำลึกถึงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกบังคับให้สูญหาย
ผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มผู้ชุมนุมหน้าเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ บางส่วน ได้นำสีสเปรย์มาพ่นลงบนผืนผ้าสีขาวที่ถูกกางวางพาดยาวไปตลอดแนวถนนงามวงศ์วานกว่า 100 เมตร เพื่อเปิดโอกาศให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้เขียนข้อความแสดงออกทางการเมืองเชิงศิลปะผ่านข้อความต่างๆ ซึ่งข้อความส่วนใหญ่จะเป็นถ้อยคำด่าทอ ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงเขียนชื่อนักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมืองต่างๆที่ถูกบังคับให้สูญหาย ด้วยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลกลุ่มหนึ่ง เพื่อรำลึกถึงและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่นักเคลื่อนไหวเหล่านี้
เมื่อเวลา 21.30 น. กลุ่มนักเรียนอาชีวะที่รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ควบคุมตัว ชายคนหนึ่งที่มีอาการคล้ายเมาสุราเดินอยู่บนสะพานลอยคนข้าม ก่อนจะพาตัวไปพูดคุยบริเวณหลังเวที จึงพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยรอบการชุมนุมให้พาตัวออกนอกพื้นที่ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของกลุ่มผู้ชุมนุม
บรรยากาศการชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพเวลา 22.20 น.มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มเดินทางกลับบ้านกันและบนเวทีมีการแสดงและ ปราศรัยอยู่ตลอดล่าสุด นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ขึ้นร้องเพลง



